"นายกฯ" ร่วมประชุม "อาเซียน-เกาหลี" ชู "ปชช.-ความรุ่งเรือง-สันติภาพ"

26 พ.ย. 2562 เวลา 7:45 น.

นายกฯ ประชุมเต็มคณะ ASEAN-ROK พร้อมมุ่งยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลี เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ชู 3 พี เน้น "ปชช.-ความรุ่งเรือง-สันติภาพ"

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.62 เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมืองปูซาน เกาหลีใต้ ที่อาคารการประชุม ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 โดยการประชุมเต็มคณะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 หัวข้อ ASEAN-ROK 30&30 และ ช่วงที่ 2 หัวข้อ Enhancing Connectivity toward Prosperity and Sustainability

 นายกฯ ประชุมเต็มคณะ ASEAN-ROK พร้อมมุ่งยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลี เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ชู 3 พี เน้น

สำหรับการประชุมเต็มคณะ ช่วงที่ 1 หัวข้อ ASEAN-ROK 30&30 เพื่อทบทวนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลีในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และการกำหนดทิศทางในอีก 30 ปีข้างหน้า

 นายกฯ ประชุมเต็มคณะ ASEAN-ROK พร้อมมุ่งยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลี เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ชู 3 พี เน้น

นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานอาเซียนและประธานร่วม ได้กล่าวเปิดการประชุมฯว่า หลัก 3 พี ซึ่งเน้นประชาชน ความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพ (People, Prosperity, Peace) ภายใต้นโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southern Policy) ของประธานาธิบดีมุนแจ-อิน สอดคล้องกับสามเสาหลักของอาเซียนและวิสัยทัศน์ของอาเซียน โดยเฉพาะในปีนี้ที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ซึ่งเน้นการส่งเสริมการเป็นประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองสู่อนาคต

 นายกฯ ประชุมเต็มคณะ ASEAN-ROK พร้อมมุ่งยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลี เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ชู 3 พี เน้น

ทั้งนี้ อาเซียนชื่นชมบทบาทของเกาหลีในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความเจริญรุ่งเรืองและความยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และยินดีที่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของอาเซียน-เกาหลีมีความคืบหน้าทุกด้าน มีความร่วมมือกันในหลายสาขา อาทิ ไอซีที พลังงาน ซึ่งเป็นสาขาที่เกาหลีมีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนยินดีที่ประเทศสมาชิก RCEP 15 ประเทศ

ได้สรุปผลการเจรจาข้อบทสำหรับความตกลงอาร์เซ็ป และจะร่วมกันสรุปผลประเด็นสำคัญ เพื่อลงนามความตกลงฯ ในปี 2020 ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค นอกจากนี้อาเซียนยังให้ความสำคัญต่อการมีสันติภาพและเสถียรภาพในคาบสมุทรเกาหลี จึงขอชื่นชมประธานาธิบดีมุนฯ ในการแก้ไขปัญหาและความท้าทายต่างๆ ในคาบสมุทรเกาหลีโดยสันติวิธี

 นายกฯ ประชุมเต็มคณะ ASEAN-ROK พร้อมมุ่งยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลี เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ชู 3 พี เน้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอแนวทางในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทาง ยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนกับเกาหลี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประการแรก ความร่วมมือเพื่อส่งเสริมความมั่นคงที่ยั่งยืนและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อรักษาและเพิ่มพูนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค อาเซียนและเกาหลีให้ความสำคัญกับการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงมาอย่างต่อเนื่อง การหารือระหว่างรัฐมนตรีอาเซียน ด้านอาชญากรรมข้ามชาติกับเกาหลีที่กรุงเทพฯ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ จะช่วยเตรียมรับมือกับปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน และหวังว่าเกาหลีจะสามารถร่วมมือกับอาเซียนจัดทำโครงการผ่านศูนย์อาเซียน เพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม เพื่อรับมือกับปัญหาของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ประการที่สอง ความร่วมมือเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เกาหลีซึ่งเชี่ยวชาญด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว ที่เน้นการใช้นวัตกรรม สามารถร่วมมือกับอาเซียนใน 2 เรื่อง คือ 1. ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะในมิติของการส่งเสริมแรงงานของอาเซียนให้พร้อมรับมือกับความท้าทายของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 2. พัฒนาเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม

ประการที่สาม ความร่วมมือเพื่อส่งเสริมสังคมและวัฒนธรรมที่ยั่งยืน นายกรัฐมนตรียินดีที่มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนของกรุงเทพฯ และศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนของนครปูซาน โดยขอให้ศูนย์ทั้งสองจัดทำโรดแมปของความร่วมมือเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ซึ่งสอดรับกับการเป็นปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียนในปีนี้ด้วย

 นายกฯ ประชุมเต็มคณะ ASEAN-ROK พร้อมมุ่งยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลี เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ชู 3 พี เน้น

สำหรับการหารือเต็มคณะ ช่วงที่ 2 หัวข้อ Enhancing Connectivity toward Prosperity and Sustainability เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นความเชื่อมโยง ในการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความยั่งยืนของภูมิภาคในทุกมิติ นั้น นายกรัฐมนตรีเสนอ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

 นายกฯ ประชุมเต็มคณะ ASEAN-ROK พร้อมมุ่งยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลี เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ชู 3 พี เน้น

ประการแรก ความเชื่อมโยงในมิติต่างๆ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและนำไปสู่การสร้างระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง มีนวัตกรรม นำมาซึ่งผลประโยชน์สำหรับทุกภาคส่วน เพื่อปูทางไปสู่การรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกในระยะยาว ซึ่งความตกลง RCEP จะมีส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้ สำหรับความเชื่อมโยงด้านดิจิทัล จะช่วยส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกัน เพื่อใช้ประโยชน์จากโฟร์ไออาร์อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนทางการเงินอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ประการที่สอง ความเชื่อมโยงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นหุ้นส่วนและการผสานความร่วมมือ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่มีอาเซียนเป็นแกนกลางทั้งในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค อาทิ MPAC2025 ของอาเซียน นโยบายมุ่งใต้ใหม่ของเกาหลี BRI ของจีน เป็นต้น

ทั้งนี้ การรับรองแถลงการณ์ผู้นำอาเซียนบวกสามว่า ด้วยข้อริเริ่มการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่สำคัญและควรนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ประการที่สาม ความเชื่อมโยงที่มีความยั่งยืนต้องให้ความสำคัญต่อการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากการส่งเสริมความเชื่อมโยง อาเซียนและเกาหลีต้องร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยควรให้ความสำคัญต่อความร่วมมือในการบริหารจัดการชายแดน การเสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ และการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบ