การเมือง

ผบ.ทบ.เยือนอินโดฯ ลงนามความร่วมมือ เชื่อลดปัญหาชายแดนใต้ได้

พลเอกอภิรักษ์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมคณะ เดินทางเยือนจังหวัดอาเจะห์ เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อลงนามความร่วมมือทางทหารในหลายด้าน โดยเชื่อว่าการพบปะหารือครั้งนี้ จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่ง

พลเอกอภิรักษ์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลโทพรศักดิ์พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4  พลตรีภูมิพัฒน์  จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ อีกทั้ง  นายทหารระดับสูงจากกองทัพบก เดินทางไปยังจังหวัดอาเจะห์ เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อลงนามความร่วมมือด้านการทหาร ระหว่างไทย-อินโดนีเชีย ร่วมถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาในอดีต นำไปสู่แนวทางการพัฒนาความร่วมมือการแก้ไขปัญหาในอนาคตร่วมกัน โดยจะยึดแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบอาเจะห์ ที่เน้นการสร้างความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันของทุกฝ่าย   แนวทางการพบปะ เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้การหารือแนวทางมีวัตถุประสงค์ 3 ประเด็นสำคัญคือ

ลงนามอนุสัญญา MOU ระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกอินโดนีเซีย ที่ถือเป็นครั้งที่ 4 หรือที่เรียกว่า Implementing Arrangement  โดยข้อตกลงส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการฝึกศึกษา และแลกเปลี่ยนนายทหารนักเรียน การให้ความร่วมมือด้านการฝึกร่วมระหว่างกำลังของทั้ง 2 กองทัพซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานานโดยกองทัพบกของอินโดนีเซียถือว่ามีความสัมพันธ์อันดีและลึกซึ้งกับกองทัพบกประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

และประเด็นของ Minute Meeting ที่ได้มีการประชุมหารือ และบันทึกการประชุมร่วมกัน ซึ่งมีความสำคัญมากทั้งยังเป็นเรื่องใหม่ โดยมีประเด็นสำคัญหลัก ๆ อยู่ 3 เรื่อง คือการให้ความร่วมมือในด้านความมั่นคงระหว่าง 2 ประเทศ โดยไม่ยอมให้บุคคล ที่เป็นภัยของทั้งสองประเทศใช้พื้นที่ ของประเทศตน ก่อการร้าย การติดตามความเคลื่อนไหว บุคคลที่กระทำผิดกฎหมายและเป็นภัยต่อความมั่นคง และอธิปไตยของทั้งสองประเทศและรวมถึงในภูมิภาคด้วยเช่นกัน สกัดกั้นการลงมือของกลุ่มผู้กระทำความผิดทั้งที่เป็นบุคคลหรือกลุ่มก็ตามที่จะใช้พื้นที่ของประเทศไทย และอินโดนีเซีย กระทำการผิดต่อความมั่นคง ทั้งในทั้ง 2 ประเทศและภูมิภาค

นอกจากนี้ยังมีการประชุม Four Eye ระหว่างผู้บัญชาการทหารบกอินโดนีเซีย และไทย ซึ่งเป็นการหารือส่วนตัว โดย ผู้บัญชาการทหารบกยืนยัน เดินหน้า ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางทหาร เสริมสร้างสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป ซึ่งจากความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ ผู้ก่อความไม่สงบจะถูกจำกัดเสรีในการก่อเหตุมากขึ้น ไม่ว่าจะหลบหนี การฝึก กำลัง หรือ ใช้เป็นแหล่งพักพิง ถือเป็นการพัฒนาร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน รักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของทั้งสองประเทศ และสร้างความมีเสถียรภาพความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาคอาเซียน

ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวชัดว่า การเดินทางเยือนอาเจะห์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ไทยและอินโดนิเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก โดยในการหารือ พลเอก อภิรัชต์ ถือเป็น ผบ.ทบ.ไทย คนแรก ที่เดินทางมาที่ Aceh ของอินโดนีเซีย และ ลงนามความร่วมมือ ในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทย อย่างเป็นทางการ ครั้งแรกกับอินโดนีเซีย โดยใช้ Aceh Model โดยจะมีความร่วมมือ ระหว่าง ทบ.ไทย และอืนโดนีเซีย ในเรื่องการข่าว การแลกเปลี่ยนข้อมูล ฝึกศึกษา การดูงาน มี Working Group

ในครั้งนี้ ได้พบ อดีต ผู้นำทั้งทางจิตวิญญาณและ ผู้นำกองกำลัง GAM ไม่เห็นด้วย และ ประนามการกระทำกลุ่ม BRN ที่ ก่อเหตุกับผู้บริสุทธิ์ และ ยังไม่ยุติการก่อเหตุใน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งๆที่ ประเทศไทยมีอิสระเสรีภาพในการนับถือศาสนาใดก็ได้ สามารถเลือกผู้นำท้องถิ่น หรือ ระดับผู้แทนราษฏรได้ ภายใต้แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย มานานแล้ว  จากความร่วมมือนี้ คาดว่าจะทำให้ ผู้ก่อความรุนแรง. กลุ่ม BRN จะถูกจำกัดเสรีในการปฎิบัติมากขึ้น ไม่ว่า จะหลบหนี , ไปฝึกหรือใช้เป็นแหล่งพักพิงในอินโดนีเซีย

ทั้งนี้พลเอกอภิรัชต์ ยังระบุว่า การสันติสุขในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือร่วมใจระหว่างกัน อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่นำเรื่องศาสนาเข้ามา หรือการแบ่งแยกดินแดน  และการเดินทางเยือนอาเจะห์ ครั้งนี้ได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า การทำความร่วมมือจะดำเนินการภายใต้กรอบของกองทัพบก