การเมือง

“จตุพร” เตือน “เสรีพิศุทธ์” ต้องคุมโกรธ แนะมีสมาธิ ถ้าทำไม่ได้ควรออกไป

จตุพร พรหมพันธุ์ เตือน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ต้องคุมโกรธ อย่าหลวมตัวเดินตามเข้าพื้นที่ของ พปชร. ชี้ ปารีณา-สิระ ถูกส่งตัวมาป่วนยุแหย่อารมณ์ แนะตั้งสมาธิก่อเกิดปัญญา ใช้วุฒิภาวะควบคุมนำการประชุม กมธ. ลั่นถ้าทำไม่ได้ออกไป

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 63 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการ หยิบข่าวมาคุย โดยเรียกร้องให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) สภาผู้แทนราษฎร ควบคุมอารมณ์โกรธ อย่าหลงเดินตามเกมยั่วยุของ กมธ.จาก พปชร. ที่กำลังลากดึงตัวให้ลงมาติดลบ

นายจตุพร กล่าวว่า การประชุม กมธ.ปปช.เป็นปัญหาไม่มีวันจบ ส่วนหนึ่งเกิดจากบุคคลิกส่วนตัวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปฎิบัติหน้าที่แบบพุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว พร้อมทั้งมีจุดเดือดอารมณ์ต่ำ จนทำให้เกิดพัฒนาการประชุมในทำนองทะเลาะวิวาท ยั่วยุโทสะได้ทุกเวลาและแทบทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นไปตามแผนของ กมธ.จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร. กำหนดไว้)

ดังนั้น เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีจุดเดือดต่ำ ควรปรับทัศนคติตัวเอง ตั้งสมาธิ อย่าโมโหเร็วและก้าวข้ามพ้นเกมของ พปชร. ที่สำคัญ ผู้เป็นประธานการประชุมต้องมีวุฒิภาวะเหนือกว่าในการควบคุมอารมณ์ที่เกิดจากการยั่วยุของอีกฝ่าย

หากอารมณ์หลุดแล้ว การประชุมจะเป็นแค่การด่ากันด้วยภาษาแบบตลาดขายของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีความอาวุโส และยังเป็นประธานอีก ต้องไม่โกรธ ควรวางตัวเป็นผู้ใหญ่ให้สมาชิกยำเกรง ถ้ายังควบคุมอารมณ์ไม่ได้การประชุมจะถูกยั่วยุ โมโห แล้วด่ากันแบบนี้ทุกสัปดาห์

“บอกเลยว่า ถ้าท่านยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ผมว่าคณะกรรมาธิการฯชุดนี้เปลืองงบประมาณแผ่นดินเสียเปล่า เพราะไม่สามารถทำงานได้ แถมยังทำให้ภาพสภาติดลบ เมื่อปารีณา (น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร.) ติดลบ เป็นดาวดับอยู่แล้ว เรื่องอะไร พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ต้องไปทำตัวติดลบด้วย เท่ากับทำให้ปารีณากับสิระ (นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. พปชร.) ดึงตัวมาเทียบเท่ากัน ทั้งที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีเกียรติภูมิ มีประวัติทำงานรับราชการมามากมาย”

นายจตุพร แนะนำทางออกปัญหาว่า ต้องเริ่มต้นที่ตัวประธาน กมธ.ปปช. ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ปัญญาก็ไม่เกิด ยิ่งทำให้ประชาชนคนดูรำคาญกับการด่ากันด้วยภาษาติดลบ แล้วประชาชนได้อะไร และที่สำคัญเมื่อรู้ว่าเขามีหน้าที่มายั่วให้โกรธ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ต้องไม่โกรธ แล้วทำหน้าที่คุมการประชุมอย่างยุติธรรม ตรงไปตรงมา มีวุฒิภาวะของคนทำหน้าที่เป็นประธาน

“ผมอยากให้เสียงนี้ถึงท่านเสรีพิศุทธ์ว่า พอได้แล้ว (การแสดงความโกรธเมื่อถูกยั่วยุ) ถ้าท่านทำไม่ได้ (ควบคุมอารมณ์ ตั้งสมาธิให้มั่น) ก็ต้องถอยไป เพราะคณะ กมธ.ชุดนี้จะเสียพื้นที่เปล่า และจะทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าประชุมสัปดาห์ต่อไป ถ้ายังเป็นแบบนี้อีก ผมว่าคนจะโห่ทั้งคณะว่า น่ารำคาญ ไม่มีใครปรับปรุงตัวสักคน”

นายจตุพร กล่าวว่า กมธ.ชุดนี้จะทำให้เกิดการลุกลามบั่นทอนความน่าเชื่อถือของสภา โดยก่อนหน้านี้เคยมีถึงขั้น ส.ส.ลุกไปลากเก้าอี้ของประธานในที่ประชุมสภา จนนำพาไปสู่ความเสื่อมมากมาย ดังนั้น ถ้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถูกยั่วอีก ต้องนิ่ง แล้วใช้วุฒิภาวะความเป็นประธานด้วยความอดทน ถ้าอีกฝ่ายป่วนอย่างไร้ความชอบธรรม ก็จะพบความหายนะไปเอง สังคมพิพากษาเอง

“ถ้าตอบโต้การยั่วยุอย่างไม่ใช้ปัญญาแล้ว จะนำไปสู่ความเสื่อม และจะลุกลามออกไป ซึ่งไม่เป็นผลดีใดๆต่อประชาชน ที่ต้องมารับรู้เรื่องราวน่ารำคาญแทบทุกสัปดาห์โดยไม่จำเป็นเลย”

นายจตุพร ย้ำว่า ถ้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังตั้งหลักไม่ได้ หรือไม่ตั้งสมาธิดีๆแล้ว จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะ พปชร. มีหน้าที่ยั่วให้โกรธ เราต้องฉลาดกว่าเขา คือต้องไม่โกรธ แล้วปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา แต่ถ้าเขาไม่หยุด ยังกวนอีก ก็จะพังไปเอง

“เมื่อท่านเสรีพิศุทธ์ ยังตั้งหลักไม่ได้ และสัปดาห์ต่อไปยังถูกยั่วยุอีก และท่านก็ควบคุมอารมณ์โกรธไม่ได้ ผมว่าท่านควรลาออกเสีย ถ้าควบคุมการยั่วยุได้ 2 คนนั้น (ปารีณากับสิระ) ก็ไม่มีความหมายใดๆ ท่านอย่าไปติดลบกับพวกเขาเลย ขอถามว่าทำไมเอาตัวไปอยู่ในพื้นที่คิลลิ่งโซน (killing zone) ของพวกเขาโดยไม่จำเป็น”