การเมือง

“ธนาธร” หวั่นเกิดรัฐบาลไฮแจ็ค วาระแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ควรมี สสร.ชุดใหม่

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กังวลรัฐบาล “ไฮแจ็ค” วาระการแก้ รธน.ชี้ถ้าประชาชนไม่ลุกขึ้นส่งเสียงพร้อมกัน แก้ รธน.ไม่ได้

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า แน่นอนที่สุดตนมีความคิดความอ่านว่าอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เราต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มาจากการทำรัฐประหารปี 2557 เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นการต่อสู้ทางการเมือง เป็นการต่อสู้กับการสืบทอดอำนาจโดยตัวมันเอง เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะที่มา เนื้อหา และกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหาตั้งแต่ต้น รัฐธรรมนูญนี้มีหลักใหญ่ใจความสำคัญอยู่อย่างเดียว คือทำอย่างไรก็ได้ที่จะดึงอำนาจออกจากประชาชน มาให้คนทำรัฐประหาร 2557 อยู่ในอำนาจต่อไปได้

ในความคิดของตนแล้ว เราควรต้องมี สสร.ชุดใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนขึ้นมา สิ่งที่ตนอยากเห็นคือ สสร.ที่อาจจะมีสัก 200 คน โดยที่ระบบการเลือกตั้งทำให้มีความหลากหลาย เมื่อได้เข้าไปแล้วเป็นคนยกร่างรัฐธรรมนูญบับใหม่ แล้วทำประชามติให้ประชาชนทั่วประเทศลงคะแนน ตนคิดว่านี่คือกระบวนการที่ควรจะเกิดขึ้น ส่วนเนื้อหาจะเป็นอย่างไร ตนเห็นด้วยว่าต้องมีการกระจายอำนาจ บัตรใบเดียวไม่เหมาะสม ส.ว.ต้องได้รับการทบทวน ข้อเสนอต่างๆเหล่านี้ต้องได้รับการถกเถียง แต่สำหรับตนยังไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้เราต้องพูดถึงกระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อน

คำถามคือเราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร สิ่งที่ตนกลัวมากที่สุดว่าจะเกิดขึ้นในชั้นกรรมาธิการ คือการ “ไฮแจ็ค” ประเด็น เพราะที่ผ่านมา กลุ่มคนที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือภาคประชาชน เรามีความมุ่งมั่นและความเชื่อจริงๆ ว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ฉุดรั้งประเทศไทยเอาไว้ แต่พอการแก้รัฐธรรมนูญเกิดขึ้น แทนที่จะกลายเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ กลายเป็นว่าฝ่ายรัฐบาลส่งคนมายึดที่นั่งในกรรมาธิการด้วย และเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ สิ่งที่ตนกลัวคือการขโมยวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พวกเรารณรงค์กันมา ที่กลัวที่สุดคือข้อสรุปในครั้งนี้จะนำไปสู่การแก้ในรายมาตรา โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับระบบกติกาการเลือกตั้ง แล้วเอามาบอกพี่น้องประชาชนว่าเราแก้รัฐธรรมนูญแล้ว

ดังนั้นประชาชนจะต้องคอยเฝ้าระวัง อย่าให้พวกเขาขโมยวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ปนระชาชนรณรงค์กันมา สิ่งที่เป็นประเด็นวาระสำคัญจริงๆคือการแก้ไขเรื่องดุลอำนาจ ว่าองค์กรต่างๆทางการเมืองจะสัมพันธ์กันอย่างไร มีอำนาจมากน้อยแค่ไหน สังคมแบบไหนที่เราอยากอยู่ร่วมกัน เรามาตกลงกัน เมื่อหาข้อสรุปร่วมกันได้ แพ้ชนะเราก็เล่นในเกม ไม่ต้องมารัฐประหาร นี่คือเรื่องของดุลอำนาจ แต่ถ้าไม่แก้ไขเรื่องดุลอำนาจเหล่านี้ ไปแก้ไขประเด็นยิบย่อยในรัฐธรรมนูญทั้งหมด นั่นก็คือการขโมยวาระของประชาชนในการแก้รัฐธรรมนูญไป

แต่ทั้งนี้ กุญแจที่จะไขล็อคไม่ได้อยู่ที่ประชาชน กุญแจนี้อยู่ที่ผู้มีอำนาจ จะไปสู่ทางนั้นได้มีทางเดียว คือพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกจังหวัด ทุกภูมิภาคต้องตื่นตัวทางการเมืองและแสดงพลังให้หนักแน่นชัดเจนพร้อมกัน ให้ผู้มีอำนาจได้ยินว่าเราทนไม่ไหวแล้ว ไม่ทนอยู่ในการกดขี่แบบนี้อีกแล้ว