การเมือง

แคมเปญ คัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่ คนดังลงชื่อหนุนเพียบ

เริ่มแล้วแคมเปญ #คัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่! หลากหลายวงการนักบริหารธุรกิจ ดารานักแสดง แห่ลงชื่อ “ส.ศิวรักษ์ -นิธิ – ชาญวิทย์” ร่วมปกป้อง ชี้ยุบพรรคเป็นปฏิบัติการต่อต้านประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ www.change.org มีการรณรงค์ร่วมลงชื่อ คัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยกว่า 150 รายชื่อเบื้องต้นที่ร่วมลงชื่อ ล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ อาทิ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นิธิ เอีวศรีวงศ์ นักวิชาการ

เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, โคทม อารียา อดีตกรรมการการเลือกตั้ง, บรรยง พงษ์พานิช ผู้บริหาร, ปรีดา เตียสุวรรณ์ นักธุรกิจ, “ครูยุ่น” มนตรี สินทวิชัย ผู้ก่อตั้งมูลนิธิคุ้มครองเด็ก, วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียน สื่อมวลชนและนักสิ่งแวดล้อม , ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ, ทิชา ณ นคร นักสิทธิเด็ก เยาวชน และสตรี

บรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย, พนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแห่งชาติ, วีรพร นิติประภา นักเขียนรางวัลซีไรท์ 2 สมัย, “ต้อม” ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับภาพยนตร์, “มะเดี่ยว” ชูเกียรติ​ ศักดิ์​วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์, “มดดำ” คชาภา ตันเจริญ พิธีกร, “ฟ้าใส” อรจิรา แก้วสว่าง ดารานักแสดง, “จิ๊บ” ปกฉัตร เทียมชัย ดารานักแสดง เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แคมเปญรณรงค์ ดังกล่าวระบุ ว่า “ประเทศไทยต้องไปข้างหน้า การเมืองต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่าย ร่วมลงชื่อ #คัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่ ฟังก่อน! เราไม่ได้บอกว่าพรรคอนาคตใหม่ดีงามสมบูรณ์แบบจนทุกคนต้องลุกขึ้นมาเป็นปากเป็นเสียงต่อสู้ให้ สิ่งที่กำลังจะบอกก็คือ ไม่ว่าเราจะมีความเชื่อแบบไหนก็ตาม จะมีคนที่เชื่อไม่เหมือนเราอยู่ร่วมสังคมเดียวกันเสมอ ไม่มีวันหายไป

การลงชื่อครั้งนี้ เป้าหมายคือ การปกป้องวันนี้และอนาคตของประเทศไทย การเมืองที่ดีควรเป็นระบบที่เปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามาต่อสู้แข่งขันกันได้อย่างเสรีเป็นธรรม โดยมีประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ส่วนการมุ่งกำจัดกลุ่มการเมืองใดๆ ให้สิ้นซากนั้น มีแต่จะทำให้สังคมตึงเครียดรอวันระเบิด ช่วยกันหยุดการทำลายล้างทางการเมืองครั้งใหม่ที่จะไม่เหลืออะไร

นอกจากความพัง ความสงบจบที่อยู่ร่วมกัน ทางออกที่ดีที่สุดคือการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กว้างที่สุด สนับสนุนให้พรรคการเมืองของประชาชนเข้มแข็ง เลิกคิดเสียทีว่า การยุบพรรคการเมืองหรือตัดสิทธิ์ทางการเมืองของคนที่คิดไม่เหมือนเราจะนำไปสู่ความสงบในสังคม

ที่ผ่านมามีความพยายามในการหยุดยั้งหรือทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่จริง โดยผู้มีอำนาจไม่สนใจถึงราคาที่สังคมไทยจะต้องร่วมกันจ่าย ประชาชนและประเทศไทยบอบช้ำมามากพอแล้ว พอกันทีกับการกดทับเสียงของความเปลี่ยนแปลง อำนาจการตัดสินปัจจุบันและอนาคตต้องอยู่ในมือประชาชนอย่างเรา ไม่ใช่อยู่ที่คนเพียงหยิบมือ นี่เป็นโอกาสที่เราจะได้ยืนยันสิทธิอันชอบธรรมนั้น ร่วมกันลงชื่อ เพื่อพาการเมืองไทยไปข้างหน้า หยุดความพัง ยับยั้งความขัดแย้ง” แคมเปญรณรงค์ร่วมลงชื่อคัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่ ระบุ

นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 ในผู้ร่วมลงชื่อ กล่าวว่า ที่ตนร่วมลงชื่อรณรงค์คัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะเห็นด้วยกับหลักการของการรณรงค์ครั้งนี้ และที่สำคัญคือ เห็นว่าไม่ควรต้องมีพรรคการเมืองใดต้องถูกยุบ การยุบพรรคอะไรก็ตามไม่ควรเกิดขึ้น เราต้องปล่อยให้พรรคการเมืองเติบโต พรรคการเมืองจะดีจะชั่วอย่างไรประชาชนจะเป็นคนตัดสินเอง

ถ้าประชาชนไม่เลือก วันหนึ่งพรรคนั้นก็อยู่ไม่ได้และก็ยุบหายไปเอง ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่นี้ที่ให้คนเพียงไม่กี่คน ซึ่งหลายคนก็รู้ว่าเป็นอย่างไรมาตัดสิน ถามว่าเขาเป็นตัวแทนของอะไร ถูกตั้งขึ้นมา อุปโลกน์ ขึ้นมา ดูไปแล้วก็เหมือนจะกลายเป็นตัวแทนของอำนาจรัฐ เพราะไม่ได้มีฉันทามติของคนในประเทศนี้เลย ทั้งที่โดยจุดกำเนิดตั้งต้นขององค์กรอิสระ

โดยหลักคิดและนโยบายนั้นต้องยอมรับว่าดีมากๆ มาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 แต่ตอนนี้เหมือนกลายพันธุ์ไปหมดแล้ว ซึ่งในะระยะยาวตนเห็นว่าจะไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน เพราะหากมีใครแหลมขึ้่นมาหน่อยก็จะถูกกำจัด ประชาธิปไตยจะถูกทำให้เหมือนเล่นปาหี่ การยุบพรรคตนเห็นว่าเป็นปฏิบัติการที่มันต่อต้านประชาธิปไตย

“การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่เป็นเรื่องน่าสนใจ มีปรากฏการณ์หลายอย่างที่ทำให้พรรคที่เพิ่งก่อนตั้งไม่นานมาได้ไกลขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตาม มันสะท้อนว่าสังคมไทยต้องการอะไรที่ใหม่และมีหลักการ เป็นเรื่องดีที่มีคนรุ่นใหม่ขึ้นมาพร้อมกับความคิดใหม่ๆ แบบนี้ แต่แน่นอนว่าต้องส่งผลกับกลุ่มผู้นำแบบเก่า คนรุ่นเก่า การเมืองแบบเก่าๆ เขาต้องตกใจอย่างมากกับนโยบายของพรรคที่เสนอ กับบทบาทที่พรรคอนาคตใหม่ทำ

และถ้าดูจากตัวผู้นำพรรค คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็จะเห็นว่าเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูง กล้าชนกับต้นตอปัญหา และที่สำคัญคือ เขาไม่ได้เล่นเกมบินเดี่ยว แต่เขามาเป็นทีม เราจะเห็นว่ามีดาวดวงใหม่คนอื่นๆ โผล่มาเรื่อยๆ ทั้งคนรุ่นใหม่ คนรุ่นกลางคน รวมถึงคนรุ่นอายุมากแล้ว แต่สำคัญคือภาพลักษณ์ของพรรคนั้นคือ ความคิดใหม่

จึงเป็นเหตุผลให้ตัวแทนความคิดเก่าๆ ต้องการจะทำลายให้ได้ แรกเลยพอเลือกตั้งเสร็จก็สกัดหัวหน้าพรรคไม่ให้เขาสภา มาตอนนี้ก็เตรียมยุบพรรค ไม่น่าเชื่อ ว่าประเทศเราจะมาจุดนี้ได้” นายชาญวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพียงไม่กี่ชั่วโมงของการเปิดลงชื่อ ปรากฏว่ามีผู้คนจำนวนมาเข้ามาร่วมลงชื่อและแสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์รณรงค์ดังกล่าวคับคั่ง อาทิ ภาวนา คุณหพันธ์ ระบุว่า “พรรคการเมืองเป็นของปชช.ใครก็ไม่มีสิทธ์ยุบพรรคฯได้นอกจากปชช.”

ขณะที่ Dumrong W​.​Watana ระบุว่า “ไม่เห็นด้วยการยุบพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการตัดสินขององค์กรที่ไม่ได้มีที่มาจากประชาชน แต่เป็นองค์กรที่สืบทอดมาจากคณะยึดอำนาจ” และ “ประกาศตัวชนกับทหารมาเฟียมาตั้งแต่เริ่มตั้งพรรค เป็นกำลังใจให้ครับ”

ด้าน สุนทร พฤกษพิพัฒน์ ระบุว่า “พรรคการเมืองเป็นช่องทางของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย หากพรรคไม่ดีสุดท้ายก็ไม่มีประชาชนสนับสนุนไปเอง อย่าใช้อำนาจเหนือระบอบมาทำลายพรรคการเมือง หากยังใช้อำนาจเหนือระบอบอยู่อีก สุดท้ายระบอบนั้นจะไม่มีที่ยืนในใจประชาชน” ทั้งนี้ สามารถร่วมลงชื่อและแสดงความคิดเห็น ได้ที่ http://chng.it/xcHGF548fJ