การเมือง

ประชาชน 89.8 % ยี้นักการเมืองแย่งเก้าอี้ ซูเปอร์โพล ชี้ ฐานหนุนรัฐบาลเปราะบาง

สำนักวิจัยซูเปอรโพล์ นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ฐานที่เปราะบาง โดยพบว่า ทั้งกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล และพลังเงียบ ยี้นักการเมืองแย่งเก้าอี้ สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะที่เปราะบางของรัฐบาล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอ ผลส ารวจภาคสนาม เรื่อง ฐานที่เปราะบาง

กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียล ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 2,021 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 13 – 16 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา

เมื่อพิจารณาแนวโน้มฐานจุดยืนทางการเมืองของประชาชนตั้งแต่กรกฎาคม พ.ศ.2562 ถึง ช่วงเหตุวุ่นๆ ในรัฐบาล พบว่า ฐานสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐบาลลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจากร้อยละ 46.9 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 36.1 เพราะความวุ่นวาย ความขัดแย้ง แย่งตำแหน่งในรัฐบาลในช่วงวิกฤตโควิด-19 บนความทุกข์ยากของประชาชน

ในขณะที่กลุ่มคนไม่สนับสนุนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 22.0 มาอยู่ที่ร้อยละ 34.1 และแม้แต่ฐานกลุ่มพลังเงียบก็ลดลงจากร้อยละ 31.1 เหลือร้อยละ 29.8 แต่ไปเพิ่มในฐานกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อจำแนกฐานสนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล และพลังเงียบออกตามเพศ พบว่า ชายกับหญิงมีสัดส่วนไม่แตกต่างกันคือ ร้อยละ 35.6 ของชาย และร้อยละ 36.6 ของหญิงสนับสนุนรัฐบาล

แต่กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล พบชายร้อยละ 41.8 หญิงร้อยละ 26.9 แสดงให้เห็นว่าชายไม่สนับสนุนรัฐบาล มากกว่าหญิง ในขณะที่กลุ่มพลังเงียบ พบชายร้อยละ 22.6 หญิงร้อยละ 36.5 แสดงว่าหญิงเป็นพลังเงียบมากกว่าชาย

ที่น่าสนใจคือ เมื่อแบ่งกลุ่มออกตามช่วงอายุในฐานสนับสนุนรัฐบาล พบคนอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นฐานสนับสนุนรัฐบาลที่มากที่สุด คือ ร้อยละ 48.7 แต่กลุ่มเยาวชนคืออายุไม่เกิน 24 ปีมีเพียงร้อยละ 10.9 เท่านั้นที่สนับสนุนรัฐบาล แต่กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล พบเยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปีส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.9 ไม่ สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มอายุ 24 – 39 ปีร้อยละ 49.0 ไม่สนับสนุนรัฐบาลเช่นกัน ในขณะที่กลุ่มคนอายุ 40 – 59 ปี ร้อยละ 27.6 และอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 31.1 ที่ไม่สนับสนุนรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลังเงียบพบเยาวชนจำนวนมากหรือร้อยละ 30.2 กลุ่มอายุ 25 – 39 ปี ร้อยละ 29.3 กลุ่ม 40 – 49 ปี ร้อยละ 33.5 และกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นร้อยละ 20.2 ตามลำดับ

ที่น่าพิจารณาคือ ระหว่าง ยี้ กับ รับได้ความขัดแย้งวุ่นวายทางการเมือง แย่งตำแหน่ง แย่งเก้าอี้ แบ่งพรรคแบ่งพวก ต้นเหตุขัดแย้ง จำแนกตามฐานสนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล และพลังเงียบ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในทุกกลุ่มฐานจุดยืนการเมือง ยี้ นักการเมืองแย่งเก้าอี้ ต้นเหตุขัดแย้งวุ่นวายทางการเมืองคือ ร้อยละ 94.5 ของกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล

ร้อยละ 82.9 ของกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ 92.1 ของกลุ่มพลังเงียบ ยี้ บรรดานักการเมืองแย่งเก้าอี้ ต้นเหตุขัดแย้งวุ่นวาย

ฐานสนับสนุนของรัฐบาลยังเปราะบางอยู่มาก โดยเห็นได้ชัดว่ากลุ่มเยาวชน ส่วนใหญ่ยังไม่สนับสนุนรัฐบาล คือยังไม่มีอะไรที่ทำแล้วโดนใจพวกเขาหรือแม้แต่กลุ่มคนสูงอายุสัดส่วนที่ไม่สนับสนุนก็ไม่น้อย คือ เกือบ 1 ใน 3

ดังนั้นฐานที่เปราะบางเช่นนี้ จึงทำให้กลุ่มคนสนับสนุนลดฮวบลงอย่าง รวดเร็ว เมื่อเกิดเรื่องที่ละเอียดอ่อนไหวต่ออารมณ์ของประชาชน เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ปักใจอยู่ฝ่าย 2 ใดฝ่ายหนึ่ง

พวกเขายี้หรือรับไม่ได้กับพฤติกรรมกระหายตำแหน่งหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง และพวกพ้อง แทนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานหนักช่วยเหลือเยียวยาทุกข์ของประชาชนช่วงโควิด-19 และวิกฤตอื่น ๆ

“จากข้อมูลผลส รวจครั้งนี้จึงเสนอแนะให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองผู้มีบารมีสูงๆ ทั้งที่เป็นรัฐบาลและไม่ใช่รัฐบาลร่วมกับภาคประชาสังคมได้ช่วยสกัดกั้นอ ย่าให้คนไม่ดีขึ้นปกครองบ้านเมือง แต่ขอให้ส่งเสริมคนดีมีอำนาจแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ช่วยกันควบคุมดูแลสถานการณ์และรักษา สถานภาพเดิม (Status Quo) ของการขับเคลื่อนประเทศเอาไว้” ดร.นพดล กล่าว