การเมือง

“อนุสรณ์” ชี้ หนี้เงินกู้ ภาระคนทั้งชาติ ผิดพลาดเศรษฐกิจ แต่โยนโควิดรับบาป

“อนุสรณ์” ชี้ หนี้เงินกู้ ภาระคนทั้งชาติ ผิดพลาดเศรษฐกิจ แต่โยนโควิดรับบาป แนะ รัฐบาลหากบริสุทธิ์ใจจริง ควรตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงิน

วันนี้ (6 พ.ค. 63) – นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ภาพรวมการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน ว่า ประชาชนที่ติดตามการอภิปรายจะเห็นว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้อย่างดี ในขณะที่รัฐบาลไม่มีรายละเอียด แม้ ส.ส.รัฐบาลจะลุกขึ้นมาช่วยก็มีข้อจำกัด สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ รัฐบาลจะฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจ ที่จีดีพีมีโอกาสติดลบ 6-9% คนตกงาน 10 ล้านคน อย่างไร เมื่อนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลสารภาพว่าไม่เก่งเศรษฐกิจ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ตัดพ้อว่าเบื่อเต็มทน อยากหาคนทำงานแทนประชาชนจะเหลือความเชื่อมั่นอะไรในรัฐบาล หนี้เงินกู้ ภาระคนทั้งชาติ รัฐบาลผิดพลาดเศรษฐกิจ แต่โยนโควิดรับบาป รัฐบาลทำให้เกิดความหวัง ความเชื่อมั่นไม่ได้ เลยเลือกทำตรงข้ามให้ประชาชนหวาดกลัว จบอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องส่งคำตอบว่า ต่อจากนี้จะตัดสินใจโดยยึดเอาผลประโยชน์ของใครเป็นสำคัญถ้าให้ตัวเองได้ประโยชน์ก็ลอยตัวเหนือปัญหาไปเรื่อยๆ ถ้ายึดประโยชน์ของพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาลก็ปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อลดความขัดแย้งแตกแยก แต่ถ้าเลือกเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญเมื่อรู้ตัวว่าไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการฟื้นฟูเยียวยาแก้ไขเศรษฐกิจได้ ต้องลาออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่มีความเหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทน

“แทนที่รัฐบาลจะวุ่นวายกับการแก้ปัญหาของตัวเอง ควรแสวงหาแนวทางเปิดประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย เพื่อให้เศรษฐกิจได้รับการฟื้นฟู ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน คนติดโควิดไม่ได้มีมากมาย แต่คนอดตายจะมีมากกว่า” นายอนุสรณ์ กล่าว

ด้านรองโฆษกพรรคเพื่อไทย นายชุมสาย ศรียาภัย กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีพรรคร่วมรัฐบาล ออกมาเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบการใช้เงินก้อนดังกล่าวว่า ส่วนตัวขอชื่นชม เพราะถือว่ามีความกล้าหาญอย่างมาก แต่แน่นอนว่าการกู้เงินครั้งนี้ มีจำนวนเงินที่สูงเป็นประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย ส่วนตัวอย่างฝากคำถามไปยัง นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยมีความเห็นว่าไม่ควรตั้งคณะกรรมาธิกาวิสามัญชุดนี้ เพราะมีองค์กรอิสระคอยตรวจสอบอยู่แล้วว่า ในอดีตที่ผ่านมา องค์กรอิสระ มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เพราะจากกรณีล่าสุดที่ ป.ป.ช. ชี้มูลประเด็นนาฬิกาของ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าไม่มีความผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่สวนทางกับความรู้สึกของสังคมอย่างยิ่ง ทำให้เห็นว่าองค์กรอิสระภายใต้รัฐบาลนี้ ไม่มีความน่าเชื่อถือ “ถ้ารัฐบาลจริงใจ ก็ต้องยอมให้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้”