ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง กู้เงิน "ออมสิน" 3 หมื่นล้านบาท

18 ก.ค. 2020 เวลา 4:45 น.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง "พ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19" ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ครั้งที่ 1 วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท โดยจะครบกำหนดปี 2567

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง การกู้เงินโดยการทำสัญญากู้ยืมเงิน (พ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19) ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ครั้งที่ 1 โดยมีเนื้อหาดังนี้

เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ประกอบมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า

กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ได้ดำเนินการกู้เงินโดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) โดยมีสาระสำคัญ และเงื่อนไขของการกู้เงิน ดังนี้

1.กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน กับธนาคารออมสิน วงเงินกู้รวม 30,000,000,000 บาท (สามหมื่นล้านบาทถ้วน)

2.การเบิกเงินกู้ กระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินกู้ นับตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2563-8 ตุลาคม 2567 โดยจะแจ้งผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 วันทำการ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเบิกเงินกู้เป็นงวดๆ โดยจะเรียงลำดับจากวงเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดก่อน และเมื่อเบิกเงินกู้ครบจำนวนของวงเงินดังกล่าวแล้ว จึงจะเริ่มเบิกรับเงินกู้ในวงเงินลำดับถัดไป

3. อายุเงินกู้ 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ครบกำหนดในวันที่ 8 กรกฎาคม 2567

4. อัตราดอกเบี้ย

4.1 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง บวกส่วนต่างเฉลี่ยร้อยละ 0.15057 ต่อปี

4.2 อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง หมายความว่า อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ (BIBOR) ระยะ 6 เดือน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

4.3 การปรับอัตราดอกเบี้ยทุกงวด 6 เดือน หากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลง โดยอัตราดอกเบี้ยงวดแรกจะใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ณ วันเบิกเงินกู้ สำหรับการใช้อัตราดอกเบี้ยในงวดต่อๆ ไป จะใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ณ วันครบกำหนดชำระดอกเบี้ย เพื่อใช้คำนวณดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลา 6 เดือนถัดไป การคำนวณดอกเบี้ยให้ถือว่า 1 ปีมี 365 วัน นับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของ 1 สตางค์ให้ปัดทิ้ง ชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ 8 มกราคม 2564 และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันที่ 8 กรกฎาคม 2567

5.การชำระดอกเบี้ย ตลอดเวลาที่สัญญายังมีอายุอยู่ให้แบ่งชำระดอกเบี้ยปีละ 2 งวด คือ วันที่ 8 ม.ค.และ 8 ก.ค.ของทุกปี สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมต้นเงินกู้ ณ วันสิ้นสุดตามสัญญากู้ยืมเงิน หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป โดยไม่นับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวเข้ารวมเพื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ ยกเว้นการชำระต้นเงินกู้งวดสุดท้ายให้คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้

6.การชำระคืนต้นเงินกู้ กระทรวงการคลังสามารถชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนครบกำหนดได้ทั้งจำนวนหรือบางส่วนก็ได้ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงินทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 วันทำการ โดยกระทรวงการคลังจะชำระดอกเบี้ยคงค้างของต้นเงินกู้ที่ค้างชำระ พร้อมกับการชำระเงินคืนต้นเงินกู้ก่อนกำหนดนั้น ทั้งนี้ ดอกเบี้ยคงค้างให้คำนวณนับตั้งแต่วันที่กระทรวงการคลังชำระคืน ดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันก่อนวันที่กระทรวงการคลังชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนกำหนด โดยหากวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลื่อนไปชำระคืนในวันทำการถัดไป

7.ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใดๆ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด