แฮร์รี่ พอตเตอร์ สัญลักษณ์การเมืองจากดินแดนเวทมนตร์

3 ส.ค. 2020 เวลา 12:24 น.

แฮร์รี่ พอตเตอร์ น่าจะเป็นวรรณกรรมที่คนส่วนใหญ่ไม่นำมาผูกกับการเมือง แต่วันนี้ในไทย บริบทจากเรื่องราวที่เกิดในวรรณกรรมถูกหยิบยกมาสื่อกับสังคมไทย

การชุมนุมที่เรียกเป็นชื่อเล่นกันว่า “ม๊อบ แฮร์รี่ พอตเตอร์” สร้างความฮือฮาไม่น้อยเมื่อเริ่มมีการประชาสัมพันธ์ บางคนอาจรู้สึกไม่อิน เพราะมาจากนิยาย แต่แกนนำยืนยันว่าบริบทเนื้อหาของเรื่องนั้น ช่างมีความคล้ายคลึงกับบริบทสังคมไทย คนที่ไม่เคยรู้เรื่องนิยายมาก่อน ถ้าได้รู้เรื่องแล้วก็จะสื่อถึงได้แน่นอน

ปรากฎการณ์การชุมนุมแบบมีธีมมีลูกเล่น ไม่ใช่อะไรแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมือตบในไทย ร่มในฮ่องกง หรือเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศส แต่การชุมนุมที่ยกธีมมาจากภาพยนตร์ จากนิยาย จากการ์ตูน น่าจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของแกนนำคนรุ่นใหม่ในไทยล่าสุด ที่พยายามสื่อถึงคนที่มีอุดมการณ์แนวความคิดทางการเมืองเหมือนหรือใกล้เคียงกัน ผ่านธีมที่ไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดเสมอไป

เพื่อให้น้องๆ แกนนำรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยกันเต็มที่ สปริงนิวส์จึงไม่เปิดเผยตัวตนและจะใช้ชื่อน้องทั้งสองคนว่า หญิงและหนุ่ม (นามสมมุติ)

ทำไมถึงเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์

หญิง หนึ่งในแกนนำการจัดการชุมนุม แฮร์รี พอตเตอร์ ให้เหตุผลว่า การใช้วรรณกรรม มีส่วนช่วยในการลดภาพความดุดันและความน่ากลัวในการชุมนุม เพื่อที่จะให้คนรู้สึกว่าการชุมนุมไม่ใช่เรื่องที่ผิด ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวและอันตราย

ในส่วนของตัววรรณกรรมเอง แฮร์รีเป็นคนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้องอยู่เสมอ เนื้อเรื่องที่หยิบยกมาคือเป็นตอนที่เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กับการรัฐประหารกระทรวงเวทมนตร์ แล้วก็มีการดันคนที่อยู่ฝ่ายมืดขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวง ทำให้กระทรวงถูกครอบงำโดยอำนาจมืด ซึ่งรู้สึกว่ามีความสื่อถึงสังคมไทย

หญิงคิดว่า สำหรับคนที่อาจจะไม่ได้รู้เรื่องแฮร์รีพ๊อตเตอร์ หรือไม่เข้าใจ หรือไม่ได้อ่านอะไรมาเลย ก็สามารถมาร่วมม็อบกันได้ เพราะจริงๆ แล้ว ในการชุมนุม ไม่ได้พูดถึงเนื้อเรื่อง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ แค่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องกับรัฐบาลโดยตรงเหมือนเดิม เพียงแต่สอดแทรก มีการเปรียบเทียบกับวรรณกรรมเท่านั้น

ม็อบ แฮร์รี่ พอตเตอร์

ความคาดหวังจากการชุมนุม

หญิงกล่าวว่า สิ่งที่ต้องการสูงสุดคือเครื่องมือที่เป็นธรรม ต้องการรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง และการที่เลือกออกมาช่วงนี้เพราะตัวน้องๆ เองมีความหวังได้ เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่แค่คนรุ่นก่อนที่ตื่นตัว แต่มีคนรุ่นใหม่ และรุ่นน้องๆ ที่ตื่นตัวเหมือนกัน ที่เริ่มอยากทำความเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เริ่มต้องการที่จะเข้าใจเรื่องสิทธิ์ของตัวเอง เริ่มอยากมีเสรีภาพของ

หญิงย้ำว่า อย่างน้อยๆ เขามีความหวังว่าที่จะยังสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ในรุ่นของเธอ หรือให้ได้มากที่สุดคือทำอย่างไรก็ได้ให้เปลี่ยนแปลงได้ เพื่อที่จะส่งต่อให้รุ่นน้องถัดๆ ไป หรืออย่างน้อยๆ ก็เป็นการปลุกได้

หนุ่มเสริมว่า สิ่งที่น่าจะถูกดันไปให้ไกลที่สุด คือเรื่องการเคารพความเป็นมนุษย์ เคารพเรื่องสิทธิเสรีภาพ เคารพเรื่องความแตกต่างหลากหลาย เขามองว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต่อให้รัฐธรรมนูญดีแค่ไหน ถ้าคนไม่มีจิตสำนึก ไม่เคารพซึ่งกันและกัน สุดท้าย รัฐธรรมนูญก็จะถูกฉีกอีก

อะไรจะทำให้ยอมหยุดชุมนุม ดูสถานการณ์ก่อน

หนุ่มกล่าวว่า เงื่อนไขแรกที่น่าจะเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้พวกเขาโอนอ่อนต่อรัฐบาลได้ ก็คือการเอาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา และพิจารณาให้มันผ่าน

แก้รัฐธรรมนูญ

หนุ่มกล่าวว่า ถ้าพูดแบบ แฮร์รี พอตเตอร์ รัฐธรรมนูญคือฮอร์ครักซ์ (Horcrux) ที่ทำให้รัฐบาลสามารถยังอยู่ในอำนาจต่อได้ ย้อนกลับไปสมัยรัฐธรรมนูญปี 50 ที่มีวลี “รับไปก่อน แก้ทีหลัง” แต่กลายเป็นว่าไม่มีใครอธิบายว่ากระบวนการแก้ยากขนาดไหน

สุดท้าย หนุ่มระบุว่า อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะจริงใจหรือไม่ เพราะภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ ถ้าไม่จริงใจที่จะแก้ ก็ไม่มีทางที่จะแก้ได้ เพราะต่อให้เปลี่ยนพรรคนำรัฐบาลเป็นพรรคอื่น ก็แก้ไม่ได้ เพราะมีเรื่องอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาเกี่ยวข้อง และหนุ่มคิดว่าวุฒิสภาเข้าข้างรัฐบาลชุดเดียวเท่านั้น คือรัฐบาลที่มาจากพรรคพลังประชารัฐ

ชุมนุม กรุงเทพ