อดีตเสื้อแดง ซัด ส.ศิวรักษ์ ให้ท้าย คณะราษฎร2563 จาบจ้วงสถาบัน

26 พ.ย. 2563 เวลา 4:33 น.

ส.ส.พลังประชารัฐ ซัดแรง ส.ศิวรักษ์ ให้ท้ายม็อบ คณะราษฎร2563 จาบจ้วงสถาบันหนัก กรณี ส.ศิวรักษ์ เผยตัวใน ม็อบ25พฤศจิกา

ส.ส.พลังประชารัฐ ซัดแรง ส.ศิวรักษ์ ให้ท้ายม็อบ คณะราษฎร2563 จาบจ้วงสถาบันหนัก กรณี ส.ศิวรักษ์ เผยตัวใน ม็อบ25พฤศจิกา

นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์  นักเขียนชื่อดังร่วมการชุมนุมกลุ่มผู้ชุมนุม และปราศรัยถึงการที่นายกฯนำมาตรา 112 มาใช้เป็นการขัดพระราชโองการ พร้อมระบุนายกฯชั่วร้ายมากต้องบีบให้ลาออกนั้น

เป็นการกล่าวหาใส่ร้ายนายกฯที่บิดเบือนมาก ตนกำลังให้ฝ่ายกฎหมายถอดคำปราศรัยที่นายสุลักษณ์ โจมตีนายกฯเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ตนขอย้ำว่าที่นายกฯนำมาตรา 112 มาใช้ถือว่าได้ทำตามกฎหมายที่นำใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน ซึ่งนาย ส.ศิวรักษ์ ก็ย่อมรู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่า กลุ่มผู้ชุมนุม ก้าวร้าวจาบจ้วง บิดเบือนใส่ร้ายสถาบันฯและองค์ในหลวงให้เกิดความเสียหายอย่างไรบ้าง

พร้อมกับยืนยันว่านายกฯเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีอย่างมาก ไม่เคยขัดพระราชโองการ และมาตรา112 ยังมีไว้กับคนที่บิดเบือน ก้าวล่วงพระราชวงศ์ คนเหล่านี้สมควรต้องได้รับโทษให้สาสมแก่ใจ และถือว่า เป็นคนสิ้นคิดและหนักแผ่นดินจริงๆ

“ดังนั้นนาย ส.ศิวรักษ์ อย่าตีมึนกับพฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้น และควรยอมรับกฎหมายที่มีอยู่ นอกจากนี้ยังมองว่านาย ส.ศิวรักษ์ เป็นผู้ที่อาวุโสมากแล้ว แทนที่จะออกมาห้ามปรามแกนนำกลุ่มชุมนุม และไม่ควรเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎร แต่ยังไปเติมเชื้อไฟให้ปะทุมากขึ้นอีก  ทั้งยังให้ท้ายคนล้มเจ้า จาบจ้วงสถาบัน ก้าวร้าว ใส่ร้ายต่อสถาบัน และยังมากล่าวหาโจมตีนายกฯให้เกิดความเสียหาย เช่นนี้คงไม่สามารถจะปล่อยให้เกิดขึ้นอีกต่อไปได้ ตนจึงยืนยันว่าจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายให้เด็ดขาด"

นายสุภรณ์ ยังมองว่านายส.ศิวรักษ์ เปรียบเหมือนตะวันใกล้ตกดิน ไม่ควรออกมาสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง ถามว่าตั้งแต่หนุ่มจนแก่ทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง มีแต่คอยจาบจ้วง ก้าวล่วงสถาบันมาโดยตลอด คนประเภทนี้ไปอยู่ที่ไหนก็หนักแผ่นดิน มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ มีแต่คิดร้ายต่อสถาบันฯโดยไม่กลัวขี้กลากกินหัว ตายไปก็ตกนรกลงกระทะทองแดง เพราะไม่สำนึกต่อคุณแผ่นดินและพระบารมีบูรพกษัตริย์ไทยที่ปกป้องแผ่นดินให้มีแผ่นดินอยู่อาศัย จนนายสุลักษณ์ ได้ดำรงชีวิตตั้งแต่เด็กจนแก่เฒ่ามา จนเกือบจะใกล้ลงโลงอยู่แล้ว ยังไร้จิตสำนึกอีก 

คนแบบนี้เปรียบเหมือนภาษิต แก่เพราะอยู่นาน ไม่มีประโยชน์ต่อแผ่นดินเลยสักนิด เปรียบเสมือนยาหมดอายุไม่ควรให้ค่า และนาย ส.ศิวรักษ์ก็มีอายุมากแล้ว ควรเอาเวลาไปเลี้ยงหลานหรือเข้าวัดทำบุญมากกว่า จะได้ไถ่บาปที่คิดร้ายต่อสถาบันฯตลอดมาทั้งชีวิต และไม่ควรออกมาเคลื่อนไหว สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองอีกต่อไป"