เปิด 5 วิธีเช็คความมั่นคงของบริษัทสร้างบ้าน ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

16 เม.ย. 2563 เวลา 4:22 น.

ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ความเชื่อมั่นคือสิ่งสำคัญต่อผู้บริโภคอย่างยิ่งในการเลือกที่จะใช้บริการต่างๆ

ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ส่งผลกระทบต่อความ เชื่อมั่นของผู้บริโภคในการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงคนที่ต้องการสร้างบ้านในยุคนี้ก็เกิดความลังเลใจ

ดังนั้นเพื่อ เป็นการการันตีว่าสร้างบ้านแล้วได้บ้าน ความมั่นคงของบริษัทจึงถือเป็นตัวชี้วัดที่สําคัญในการเลือกบริษัทรับ สร้างบ้าน ที่จะทำให้ได้บ้านที่มีคุณภาพสมราคา เสร็จสมบูรณ์ตามแบบ และไม่มีปัญหาเรื่องการทิ้งงาน

ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ความเชื่อมั่นคือสิ่งสำคัญต่อผู้บริโภคอย่างยิ่งในการเลือกที่จะใช้บริการต่างๆ

​ภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แลนดี้โฮม (ประเทศไทย) จำกัด ศูนย์รับสร้างบ้านอันดับหนึ่งของเมืองไทย ได้ให้คำแนะนำถึงการตรวจสอบความมั่นคงของ บริษัทรับสร้างบ้าน

ปัจจุบันทางเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจ หรือ DBD ซึ่งได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลทางการเงินของทุกบริษัท ที่จดทะเบียนในประเทศไทยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพื่อประกอบการตัดสินใจ ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

1. ทุนจดทะเบียนบริษัท การเลือกบริษัทรับสร้างบ้านควรเลือกบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ของยอดรายได้ทั้งหมด หรือหากมากกว่านั้นได้ก็จะยิ่งดี เพราะเป็นสิ่งที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเงินทุนหมุนเวียนในการรองรับกับปริมาณงานก่อสร้างบ้านที่เข้ามา เช่น หากบริษัทมีรายได้ทั้งหมดอยู่ที่ 500 ล้านบาท บริษัทควรมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท สำหรับแลนดี้โฮม บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 200,000,000 บาท (สองร้อยล้านบาทถ้วน) คิดเป็นตัวเลขประมาณ 11.11 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในปี 2562

ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ความเชื่อมั่นคือสิ่งสำคัญต่อผู้บริโภคอย่างยิ่งในการเลือกที่จะใช้บริการต่างๆ

2. ความมั่นคงของสำนักงานและทรัพย์สินของบริษัท ที่ตั้งหรืออาคารสำนักงานต้องดูน่าเชื่อถือ ยิ่งเป็นบริษัทรับสร้างบ้านที่สำนักงานตั้งอยู่บนอาคารหรือบนที่ดินของตัวเอง ก็จะยิ่งแสดงให้เห็นถึงเจตจํานงอันมุ่งมั่นในการดําเนินธุรกิจของตัวบริษัท

แลนดี้โฮม มีที่ทำการสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่บนที่ดินของบริษัทเองภายในซอยลาดพร้าว 19 อีกทั้งยังมีสำนักงานสาขาในส่วนภูมิภาค ซึ่งแลนดี้โฮมได้สร้างตัวอาคารของสำนักงานบนที่ดินของบริษัทเองทุกสาขาเช่นกัน

ปัจจุบันแลนดี้โฮมมีสาขาที่พร้อมให้บริการอยู่ทั้งหมด 8 สาขา ได้แก่ สาขาลาดพร้าว (สํานักงานใหญ่) สาขาสุขุมวิท สาขารามอินทรา สาขาพงษ์เพชร สาขาเดอะมอลล์บางแค สาขาราชบุรี สาขาสระบุรี และสาขาโคราช โดยให้บริการรับสร้างบ้านแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คําปรึกษาเรื่องการสร้างบ้าน การออกแบบบ้านและการก่อสร้าง รวมถึงการขออนุญาตปลูกสร้างบ้านตั้งแต่ต้นจนจบ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกราคา เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านได้อย่างครอบคลุม

ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ความเชื่อมั่นคือสิ่งสำคัญต่อผู้บริโภคอย่างยิ่งในการเลือกที่จะใช้บริการต่างๆ

3. อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์รวม เป็นอีกหนึ่งข้อที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นคง และสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท ว่ามีหนี้สินเท่าไรเมื่อเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท ซึ่งอัตราส่วนหนี้สินนี้ ยิ่งมีตัวเลขต่ำเท่าไหร่ก็จะยิ่งเกิดผลดี แสดงให้เห็นว่าธุรกิจของบริษัทมีภาระในการชำระคืนหนี้สินน้อย และมีโอกาสกู้ยืมหนี้สินครั้งต่อไปได้มากขึ้น โดยทั่วไป บริษัทรับสร้างบ้านควรมีอัตรานี้ไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนสินทรัพย์ที่มี

4. ประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน บริษัทที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนานแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือ และความตั้งใจในการประกอบธุรกิจ นำไปสู่มาตรฐานในบริการ และความพร้อมในการส่งมอบงานให้ลูกค้า

ยิ่งบริษัทที่มีไซต์งานก่อสร้างหลายแห่งก็เป็นการบ่งบอกถึงศักยภาพในการบริหารจัดการ และการกระจายความเสี่ยงในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันกับบริษัทอีกด้วย อย่างที่ แลนดี้โฮม ซึ่งได้ก่อตั้งและดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านมาเป็นเวลากว่า 32ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 โดยปัจจุบันมีบุคลากร และพนักงาน ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงระดับปฏิบัติการกว่า 200 คน

โดยมีทิศทางในการการดําเนินงาน และเป้าหมายเดียวกัน คือการส่งมอบงานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทั้งนี้ได้ดำเนินการส่งมอบบ้านให้กับลูกค้ามาแล้วกว่า 5,000 หลัง และยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง เพื่อเตรียมส่งมอบอีกเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของบริษัท แม้ในภาวะ เศรษฐกิจซบเซา ลูกค้าก็ยังให้ความเชื่อมั่นในบริษัทใหญ่

ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ความเชื่อมั่นคือสิ่งสำคัญต่อผู้บริโภคอย่างยิ่งในการเลือกที่จะใช้บริการต่างๆ

5. อัตรายอดรายได้ที่เติบโต อัตรากำไรที่เหมาะสมและต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง และความสามารถในการดำเนินกิจการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ส่งผลถึงสภาพคล่องที่มั่นคง ที่แลนดี้โฮมมีสัดส่วนรายได้ในปี 2563 แบ่งออกเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 80 เปอร์เซ็นต์ และต่างจังหวัด 20 เปอร์เซ็นต์

โดยมาจากกลุ่มบ้านหลังเล็ก ราคา 4-5 ล้านบาท 50 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มบ้านขนาดกลาง ราคา 5-15 ล้านบาท 30 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มบ้านหรู ราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป 20 เปอร์เซ็นต์ โดยในปี 2563 คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ 15 เปอร์เซ็นต์ หรือมีรายได้ถึง 2,000 ล้านบาท

ล่าสุดจากงาน Landy Home Open House ระหว่างวันที่ 27-29 มี.ค.ที่ผ่านมา แลนดี้โฮมสามารถทำยอดจองสร้างบ้านตลอด 3 วัน ทะลุ 100 ล้านบาท เรียกได้ว่าโตสวนกระแสเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤติโควิด 19 ได้อย่างฉลุย

หากพิจารณาครบในทุกปัจจัยดังกล่าวข้างต้นแล้ว ไม่มีติดขัดในข้อใด นั่นก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า เมื่อคุณตัดสินใจสร้างบ้านกับบริษัทนี้ จะได้รับบ้านที่มีคุณภาพและสเปคตรงตามที่ตกลงกันไว้อย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด