
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ท่ามกลางเสียงวิพากย์วิจารณ์จากประชาคมโลกกับท่าทีของ "นางอองซาน ซูจี" ที่มีต่อชาวโรฮิงญา แต่นางซูจียังคงเป็นผู้นำที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากชาวเมียนมา
“ฉันเคยพูดแล้วว่าถ้าเราชนะ และพรรค NLD ได้จัดตั้งรัฐบาล ฉันจะอยู่เหนือประธานาธิบดี มันเป็นข้อความที่ไม่ซับซ้อนเลย” นับเป็นเวลาสองปีแล้วที่พรรคการเมืองของนางอองซานซูจีชนะการเลือกตั้งทั่วไป แต่เสื้อยืดและของที่ระลึกจากการหาเสียงยังคงมีให้เห็นตามถนนของย่างกุ้ง
แม้ว่าประชาคมโลกเริ่มแสดงความไม่พอใจท่าทีของอองซาน ซูจีกับปัญหาโรฮิงญามุสลิม แต่ในเมียนมา ประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุธ ยังคงนิยมชมชอบเธออยู่
การโจมตีด่านความมั่นคงของกองทัพเมื่อเดือนสิงหาคม เป็นเหตุให้กองทัพเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 400 คน ชาวโรฮิงญาหนีความรุนแรงออกนอกยะไข่ไปบังกลาเทศเกิน 400,000 คน
สหประชาชาติมองปฏิบัติการของกองทัพเมียนมาว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ผู้คนในเมียนมากลับรู้สึกว่าเป็นเหตุมาจากการเสนอข่าวที่เข้าข้างชาวโรฮิงญามากกว่า และซูจีในฐานะที่ปรึกษาแห่งรัฐ ผู้นำรัฐบาลโดยพฤตินัย โทษกลุ่มก่อการร้ายว่าเป็นเหตุของข้อมูลที่ผิดพลาด
ด้าน หล่าย โลน วิศวกรสิ่งแวดล้อม วาดการ์ตูนที่แชร์กันอย่างแพร่หลายในวงสังคมออนไลน์เมียนมา หนึ่งในนั้นคือภาพซูจีเดินทรงตัวบนเชือก โดยมีรัฐธรรมนูญวางอยู่บนศรีษะ เขาวาดภาพการ์ตูนแบบไม่ใส่คำพูดเพื่อหวังว่าจะช่วยให้สื่อนานาชาติเข้าใจสถานการณ์
“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอองซาน ซูจี เหมือนเธอเดินบนเส้นเชือก ผมต้องการแสดงให้เห็นว่าถ้าเธอพูดอะไรผิด มันจะกลายเป็นปัญหาสำหรับทุกคน”
ถ้าจะมีสิ่งไหนที่จะทำให้คนในพรรคของนางซูจี กองทัพ และชาวเมียนมาพุทธสามัคคีกันได้ ก็คงไม่พ้นรื่องที่พวกเขาไม่พอใจชาวโรฮิงญามุลิม ที่มองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ
“นี่คือรัฐบาลประชาธิปไตยของเรา เราเลือกมา ทำไมเราจะไม่สนับสนุน ชาวโรฮิงญาคือผู้บุกรุก เราไม่ยอมรับการก่อการร้าย พวกเขาต้องเคารพคนชาติพันธุ์ท้องถิ่น”
แม้ชาวโรฮิงญาจะอาศัยอยู่ในเมียนมามาหลายชั่วคน พวกเขากลับถูกปฏิเสธสัญชาติและสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐาน เช่นอิสระในการย้ายถิ่นฐาน การศึกษา และสาธารณสุข ชาวโรฮิงญาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าบรรบุรุษของพวกเขาเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนปี พศ.2366 เพื่อที่จะได้รับสัญชาติ นอกจากขั้นตอนการขอสัญชาติจะยุ่งยากและยาวนานแล้ว ชาวโรฮิงญายังไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นชาติพันธุ์อย่างเป็นทางการในเมียนมาอีกด้วย