
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
จากการตรวจเช็ตของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ตรวจประวัติผู้ป่วยของเด็กๆ เบื้องต้นจากพ่อแม่ พบว่า มีเด็ก 2 จาก 13 คน ที่มีประวัติอาการหืดหอบ เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากติดอยู่ภายในถ้ำ ที่มีการอุณหภูมิต่ำ อากาศถ่ายเทไม่ดี เชื้อโรคต่างๆที่มีอยู่ภายในถ้ำ มานาน กว่า 130 ชั่วโมง แล้ว อาจส่งผลให้อาการหืดหอบกำเริบขึ้นมาได้
ผู้ป่วยมักมีอาการกำเริบเมื่อมีสิ่งเร้าหรือสาเหตุกระตุ้น ซึ่งที่พบบ่อยได้แก่
สารก่อภูมิแพ้ เช่น
-สปอร์เชื้อรา (ตามที่ชื้น ๆ)
-ละอองหญ้า วัชพืช ละอองเกสรดอกไม้ ไรฝุ่นในบ้าน แมลงสาบ สัตว์เลี้ยงในบ้าน (สารก่อภูมิแพ้มักจะอยู่ตามน้ำลาย ขนสัตว์อย่างสุนัขและแมว ปัสสาวะและมูลสัตว์)
-อาหาร (ได้แก่ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว กุ้ง หอย ปู ปลา ไข่ ถั่วลิสง งา สารกันบูดในอาหาร สีผสมอาหาร) สารในกลุ่มซัลไฟต์ (Sulfites) และสารที่เจือปนในอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิด (เช่น ผลไม้แห้ง ไวน์ เบียร์)
สิ่งระคายเคือง เช่น
-ฝุ่นละออง มลพิษในอากาศ (ก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ของรถยนต์ ก๊าซโอโซนที่พบมากในเมืองใหญ่ ๆ)
-ยาฆ่าแมลงหรือวัชพืช สเปรย์แต่งผม กลิ่นสี กลิ่นฉุน ๆ สารเคมีภายในบ้านหรือที่ทำงานและโรงงาน รวมถึงอากาศเย็นหรืออากาศเปลี่ยน
-การติดเชื้อของทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ
-ยา ได้แก่ ยาแอสไพริน (Aspirin), ยาลดความดันโลหิตกลุ่มปิดกั้นเบต้า (เช่น ยาโปรปาโนโลล (Propanolol)), ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)
-ความเครียดทางจิตใจ อารมณ์ซึมเศร้า ซึ่งส่งผลให้หายใจผิดปกติโดยไม่รู้ตัว ทำให้หายใจแบบลึกบ้างตื้นบ้างสลับไปมา เพราะจะส่งผลให้เยื่อบุทางเดินหายใจแห้ง หายใจลำบาก และอาการกำเริบได้ง่ายขึ้น
-การสัมผัสความร้อนความเย็น
-โรคกรดไหลย้อน เพราะน้ำย่อยหรือกรดที่ไหลย้อนลงไปในหลอดลมอาจทำให้โรคหอบหืดกำเริบได้บ่อยและรุนแรงขึ้น