ย้อนรอย! พฤติการณ์การโจรกรรมตู้ ATM

ย้อนรอย! พฤติการณ์การโจรกรรมตู้ ATM

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ย้อนรอยพฤติการณ์การโจรกรรมตู้ ATM ที่นับวันจะพัฒนาการวิธีการโจรกรรมขึ้นเรื่อยๆ

รุ่งสางของวันที่ 28 มิถุนายน 2555 ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย สาขาบ่อวิน อำเภอศรีราชา ถูกคนร้ายปฏิบัติการ ใช้สีสเปรย์ฉีดกล้องวงจรปิด และพยายามใช้เชือกมัดตู้เอทีเอ็มกระชากออกมาเพื่อเอาเงิน แต่เมื่อคนร้ายเห็นว่าตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย ไม่มีช่องสอดเชือกได้จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณธนาคารที่บันทึกไว้ เผยให้เห็นรถเก๋งสีขาวมาจอดด้านหน้า

โดยมีชายต่างชาติ 2 คน นำเชือกไนลอนเส้นใหญ่มามัดกับตู้เอทีเอ็ม ส่วนปลายเชือกอีกข้างใช้ตะขอเกี่ยวกับท้ายรถแล้วเร่งเครื่องยนต์กระชากอย่างแรงจนตู้เอทีเอ็มหลุดออกจากฐานล้มคว่ำลงและลากไปไกลราว 6 เมตรแต่เมื่อมีรถขับผ่านมาประกอบกับสัญญาณเตือนภัยดัง คนร้ายจึงเผ่นหนีเอาตัวรอด แต่การจับกุมเกิดขึ้นหลังตำรวจติดตามตัวคนร้ายจากสายพานลากจูง

โดยสอบถามตามร้านค้าที่จำหน่าย ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นชาวอังกฤษ และลงมือก่อเหตุลักษณะดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดชลบุรีถึง 3 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ โดยเลียนแบบจากภาพยนตร์เรื่อง ฟาสต์ไฟท์

 

และเช้ามืดวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ก็ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดแรงดันสูง วางระเบิดตู้เอทีเอ็มหน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ซอย 35 ลากกล่องใส่เงินกว่า 3 แสนบาท ขึ้นจักรยานยนต์คล้ายยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ลักษณะผู้ขับขี่สูงโปร่ง สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ กางเกงสีดำ ใส่หมวกกันน็อก สีขาว ขับออกมาจากห้างฯดังกล่าว มุ่งหน้าหลบหนีไปทางถนนศรีนครินทร์

จากข้อมูลเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนในพื้นที่เพราะรู้เส้นทางก่อเหตุและเส้นทางหลบหนี และจากการตรวจสอบตู้เอทีเอ็มและบริเวณโดยรอบพบว่าแผงปุ่มกดตัวเลข และช่องเงินกระเด็นไปไกลกว่า 50 เมตร และมีรอยแรงระเบิดจากบริเวณ ด้านข้างซ้ายของตู้เอทีเอ็มซึ่งเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุด ซึ่งลักษณะการระเบิดคือการสร้างแรงดันเพื่อผลักให้กล่องเก็บเงินกระเด็นออกมาด้านหน้าอย่างง่ายดาย จึงเชื่อว่าคนร้ายต้องมีความรู้เรื่องตู้เอทีเอ็ม และระเบิดเป็นอย่างดี

ไม่รู้เป็นเพราะเศรษฐกิจในช่วงขาลง ประกอบกับตัวเลขคนว่างงานเพิ่มมากขึ้น จะเป็นสาเหตุที่ทำให้การลักทรัพย์ ชกชิง วิ่งราว เพิ่มขึ้นหรือไม่ หลังจากนี้ต้องรอดูฝีมือชุดสืบสวนของตำรวจนครบาลว่าเร่งจับกุมคนร้ายได้เมื่อไร หากจับได้เร็วก็จะสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน และคงต้องจับตามาตรการของรัฐบาลและสักนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะออกมาคุมเข้มเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน

 

related