
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
เกาหลีเหนือประกาศเดินหน้าทดลองขีปนาวุธระยะไกลและอาวุธนิวเคลียร์ สร้างความกังวลให้ทางการสหรัฐฯ เกี่ยวกับความสัมพันธ์เกาหลีเหนือและอิหร่าน อีกคู่อริสหรัฐฯ
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน เริ่มเย็นลงหลังการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์เป็นผลสำเร็จในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา ในปี 2558 แต่บรรดาหน่วยข่าวกรองและฝ่ายนิติบัญญิติของสหรัฐฯ ยังเป็นกังวลว่าอิหร่านยังสามารถซื้อเทคโนโลยีการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ในอนาคต
ความเป็นกังวลนี้ประจวบเหมาะกับขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ผ่านคำขู่คุกคามการยิงขีปนาวุธใส่เกาะกวม ดินแดนใต้การปกครองสหรัฐฯ และมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือที่สหรัฐฯ เป็นโต้โผ
ทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่าอาจถอนตัวจากข้อตกลงปลดอาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่านที่ทรัมป์จะต้องลงนามรับรองอีกเร็วๆนี้ หลังรับรองข้อตกลงไปแล้วถึง 2 ครั้ง แม้ว่าสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศออกรายงานว่าทุกฝ่ายได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน ท่ามกลางคำเตือนจากนานาชาติว่าการถอนตัวมีแต่จะโดดเดี่ยวสหรัฐฯมากกว่าเป็นผลดี และอาจทำให้อิหร่านหันกลับไปพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ต่อ
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประะานาธิบดีสหรัฐฯ ได้อนุมัติมาตรการคว่ำบาตรบริษัทดาวเทียมสัญชาติอิหร่านจำนวน 6 ราย หลังอิหร่านทดลองยิงดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยสหรัฐฯ มองว่าใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับการยิงขีปนาวุธระยะไกล
ความคิดที่ว่าเกาหลีเหนือและอิหร่านอาจมีสัมพันธภาพด้านขีปนาวุธจนอาจกลายเป็นอาวุธนิวเคลียร์ในที่สุดนั้น เป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง ด้วยศักยภาพของทั้งสองประเทศ เมื่อเกาหลีเหนือกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และต้องการเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการต่อ เรื่องสำคัญตอนนี้คือความเชื่อมต่อระหว่างเกาหลีเหนือและอิหร่านซึ่งเป็นผลพวงมาจากความไม่แน่ชัดของทำเนียบขาวเรื่องข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์
ดังนั้น ปัญหาเร่งด่วนของสหรัฐฯ คือความไม่แน่นอนว่าเกาหลีเหนือจะยอมหยุดโครงการนิวเคลียร์และเข้าสู่โต๊ะเจรจาหรือไม่ ก่อนที่เกาหลีเหนือจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จนถึงจุดที่สามารถขายเทคโนโลยีและยุทธปกรณ์ให้ประเทศอื่นได้
[KGVID]https://spcdn.springnews.co.th/wp-content/uploads/2017/09/18.00-นิวเคลียร์.mp4[/KGVID]