ปลดล็อกศักยภาพเมืองทองธานีสู่ยุคใหม่! AIS ผสานกำลัง บางกอกแลนด์ ยกระดับพื้นที่ 4,000 ไร่ สู่ "Muang Thong NEXT" Hub Connectivity City ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทรานส์ฟอร์มทุกมิติการใช้ชีวิต ทั้งความบันเทิงระดับโลกที่ IMPACT ด้วย 5G-Advanced การอยู่อาศัยที่เสถียรด้วยเน็ตบ้าน WiFi 7 การขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI และ Cloud Solutions พร้อมยกระดับความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงด้วยกล้อง AI CCTV และการบริหารเมืองอัจฉริยะผ่านเทคโนโลยี Digital Twin
AIS จับมือ บางกอกแลนด์ ยกระดับ ‘เมืองทองธานี’ สู่ ‘Muang Thong NEXT’ เนรมิต 4,000 ไร่ เป็น Hub Connectivity City สุดล้ำ
เปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของ “เมืองทองธานี” จากศูนย์รวมการจัดงานอีเวนต์ระดับประเทศ ไปสู่การเป็น Smart City เต็มรูปแบบ! เมื่อ AIS ประกาศนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะระดับประเทศ เข้าผนึกกำลังกับ บางกอกแลนด์ พัฒนาพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ชูคอนเซปต์ ‘Muang Thong NEXT’ เชื่อมโยงระบบนิเวศของเมืองด้วยเทคโนโลยี 5G-Advanced และดิจิทัลโซลูชัน ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน การศึกษา และการทำธุรกิจในทุกมิติ
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ผู้คนที่เดินทางมาเมืองทองธานี ไม่ว่าจะมาชมคอนเสิร์ต มหกรรมสินค้า Residence คอนโดมิเนียม หรือนักศึกษา มักประสบปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตหน่วง ขัดข้องเมื่อมีฝูงชนหนาแน่น รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่การอัปเกรดดิจิทัลครั้งใหญ่โดย AIS จะเข้ามาเปลี่ยนทุกประสบการณ์ให้เป็น "ความสมาร์ท" ผ่าน 4 มิติสำคัญ ดังนี้
1. ความบันเทิงและธุรกิจระดับโลก (Smart Entertainment & Business)
ศูนย์แสดงสินค้าและกิจกรรม IMPACT ได้รับการอัปเกรดเป็น 5G-Advanced ที่ช่วยลดความหน่วง (Latency) รองรับการใช้งานของฝูงชนพร้อมกันหลายหมื่นคนได้สบายๆ หมดปัญหากดโพสต์รูปหรือลงสตอรี่ไม่ได้ นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Hologram และ XR แบบเรียลไทม์ พร้อมบริการ 5G VIP Ultra และ WiFi ความเร็วสูงสำหรับผู้จัดงาน ช่วยให้การทำธุรกรรมหน้างานและการสตรีมมิ่งเป็นไปอย่างราบรื่น
2. ยกระดับการอยู่อาศัยและการศึกษา (Smart Living & Education)
ชุมชนและที่พักอาศัยในพื้นที่ จะเข้าสู่การเป็น Smart Living อย่างเต็มตัวด้วย AIS 3BB Fibre3 มาตรฐาน WiFi 7 มอบความเสถียรสูงสุดสำหรับการ Work from Home การเรียนออนไลน์ผ่าน Virtual Classroom รวมถึงรองรับบริการทางการแพทย์แห่งอนาคต อย่างระบบแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) และการติดตามอาการป่วยจากที่บ้าน
3. ขับเคลื่อนภาคธุรกิจด้วย AI (Smart Enterprise)
สำหรับอาคารสำนักงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ จะถูกทรานส์ฟอร์มด้วยโซลูชันอัจฉริยะ ทั้ง Cloud, Data Center และ AI Solutions เพื่อช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบแบบครบวงจร
4. ความปลอดภัยและการบริหารเมือง 24 ชั่วโมง (Smart Governance & Safety)
สร้างความอุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีกล้อง AI CCTV ที่สามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ผิดปกติได้ทันที พร้อมระบบคัดกรองบุคคลเข้า-ออก การปกป้องด้านไซเบอร์ขั้นสูง และระบบจัดการจราจรอัจฉริยะ (Smart Traffic) เพื่อลดอุบัติเหตุ โดยเชื่อมโยงข้อมูลตรงกับหน่วยงานความมั่นคง
ล้ำไปอีกขั้นด้วย Digital Twin ข้อมูลจากทุกมิติจะถูกนำมาเชื่อมต่อผ่าน Smart City Data Platform และเทคโนโลยี Digital Twin ทำให้ผู้ดูแลเมืองสามารถเห็นภาพรวมของเมืองทองธานีแบบเรียลไทม์ เพื่อนำไปใช้วางแผนการจัดการจราจร การใช้พลังงาน และรักษาความปลอดภัยได้อย่างแม่นยำที่สุด
การร่วมมือกันในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาโครงข่ายสัญญาณ แต่เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ 4,000 ไร่ ให้กลายเป็น พื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะแห่งอนาคต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ชุมชน ชาวนนทบุรี และภาคธุรกิจให้สมาร์ท สะดวก และปลอดภัยยิ่งกว่าที่เคย