ข่าว

สาวแชร์ประสบการณ์ซื้อของไม่เสียภาษีขาเข้า งัดอินเนอร์ ซ้อปีบ

สาวเผยประสบการณ์ ซื้อของอย่างไรไม่โดนเก็บภาษีคนแห่แชร์ ยัดไม่ผิดคือไม่ผิด

จากกรณีกรมศุลกากรเตรียมเข้มงวดในเรื่องการเก็บภาษีขาเข้าสำหรับผู้โดยสารทางอากาศยาน โดยจะมีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายพาน 23 เครื่อง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อสแกนกระเป๋าเดินทางทุกใบ ให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบวัตถุต้องห้ามนำเข้า ยาเสพติด และสินค้าแบรนเนมด์ เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงสินค้านำเข้าหลบเลี่ยงภาษี โดยจะติดตั้งทั้งหมด 23 เครื่องแล้วเสร็จในปลายปีนี้ ซึ่งมีการแสดงความเห็นจำนวนมาก พร้อมกับแชร์เรื่องราวการถูกเก็บภาษีในลักษณะต่าง ๆ และถูกวิพากษ์วิจารณ์ เพราะบางคนอาจซื้อของเยอะ แต่เพื่อนำมาใช้เองจริง แล้วอาจโดนเก็บภาษีด้วย

เฟซบุ๊กแฟนเพจ “มึงเพิ่งรู้เหรอ” ได้นำทวิตเตอร์ของหญิงสาวรายหนึ่ง ที่แชร์ประสบการณ์การซื้อขอที่ต่างประเทศโดยระบุว่า ขอรีวิว ไปเที่ยวแล้วไม่โดนจ่ายภาษี แต่โดนโบกเรียก 1. เก็บบิลทุกใบที่ซื้อ + ไม่มีบิลถ่ายรูป 2. ไม่เปิดกระเป๋าให้เจ้าหน้าที่เด็ดขาด ให้เช็กจากบิล 3 ต้องชัวร์ว่าซื้อของมาใช้เอง ไม่เกิน 20,000 บาท และเตรียมกล้องมือถือ ถ่ายกรรมวิธีการของเจ้าหน้าที่

โดยครั้งแรกที่ไปเรียนที่ ญี่ปุ่น ซื้อของกลับมาเยอะ น้ำหนักกระเป๋า 40 – 50 กิโลกรัมได้ แต่ของที่ซื้อมาใช้เอง ใช้จริง เก็บบิลทุกใบ และขากลับก็โดนเจ้าหน้าที่เรียกจริงๆ แต่เธอไม่เปิดกระเป๋า ส่งบิลให้เจ้าหน้าที่ และถามว่าผิดตรงไหนให้ชี้ ขอดูข้อกฎหมาย พร้อมเน้นย้ำว่าห้ามเปิดกระเป๋าเด็ดขาด เพราะอาจโดนยัดของ ยัดยา ได้

ครั้งที่ 2 เป็นรอบที่หญิงสาวรายนี้กลับจากเกาหลี ซื้อครีมมาใช้ 4- 5 ขวด เจ้าหน้าที่ศุลกากรบอกว่าเยอะเกินคนปกติใช้ จะยึดของ แต่เธอไม่ยอม เลยแสดงวิธีการใช้ครีมให้เจ้าหน้าที่ดู ด้วยการนำมาทาทั้งตัว

และรอบล่าสุดที่เดินทางไปสิงค์โปร์ แล้วซื้อช็อกโกแลตมา 8 กล่อง เจ้าหน้าที่ศุลกากรก็จะเก็บภาษีอีก เธอเลยถามกลับไปว่า ไม่มีลูกหรอ ลูกคุณกินช็อกโกแลต ที่ละ 1 หยิบมือหรอ กฎหมายคืออะไร ที่จะเก็บ และผิดข้อไหน ผิดอย่างไร

พร้อมกันนี้เธอยังย้ำอีกว่า ข้อกฎหมาต้องรู้ คือถ้าไม่ผิด = ไม่ผิด กฎหมายต้องมีข้อบังคับ ถ้าปรับ ต้องมีใบเสร็จ ต้องไปไม่เกินที่ระบุ และเน้นว่าเราต้องผิดจริง ฉะนั้นถ้าไม่ผิดไม่ต้องอาย ที่จะเถียงกับเจ้าหน้าที่