ผู้เสียหายเตรียมรวมตัวเข้าแจ้งความ ดำเนินคดีคนล่อซื้อลิขสิทธิ์กระทง!

05 พ.ย. 2562 เวลา 5:21 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 62 ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเชิญชวนผู้เสียหายที่ถูกล่อซื้อลิขสิทธิ์กระทง ให้ไปพบกันที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ล่อซื้อ

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

"เชิญผู้เสียหายที่ถูกกรรโชก ลิขสิทธิ์กระทงพบกันที่สภ.เมืองนครราชสีมา วันจันทร์ที่11พย .2562 เวลา10.00 น. เพื่อดำเนินคดีกับคนที่หากิน บนหลังคน แล้วพบกันครับ"

ทั้งนี้ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมยังได้เผยแพร่ คำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีการล่อซื้อลิขสิทธิ์ โดยระบุว่า

คดีการล่อซื้อลิขสิทธิ์ ศาลฏีกาเคยมีคำพิพากษายกฟ้องมาแล้ว อย่าไปยอมจ่ายง่ายๆ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4077/2549

คดีนี้…จำเลยให้การปฏิเสธ

เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลยพยานโจทก์เบิกความว่าผู้เสียหายให้สายลับทำการล่อซื้อ แต่นายไพบูลย์เบิกความตอบโจทก์ถามติงว่าพยาน..ไม่ได้ทำการล่อซื้อ ร้านค้าจำเลยมีแผ่นซีดีขายอยู่แล้ว นางอชินีบอกว่าเป็นร้านที่มีกิจการขายแผ่นซีดีรายใหญ่ จึงได้มีการขอซื้อแผ่นซีดีภาพยนตร์ในคดีนี้ ซึ่งคำเบิกความดังกล่าวของนายไพบูลย์ขัดกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคดี เนื่องจากแผ่นซีดีภาพยนตร์ของกลางเป็นแผ่นซีดีภาพยนตร์ที่จำเลยนำมาจากภายนอกทั้งสิ้น ไม่ใช่แผ่นซีดีภาพยนตร์ที่มีอยู่ในร้านขายซีดีที่เกิดเหตุ และตามทางนำสืบของโจทก์เองก็ไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ ยืนยันว่าในร้านขายซีดีที่เกิดเหตุมีแผ่นซีดีละเมิดลิขสิทธิ์

สำหรับคดีนี้ แม้ว่าจะมีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และมีการนำเจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุมจำเลยก็ตาม แต่จากคำเบิกความของดาบตำรวจกษิดิ์เดชและพันตำรวจตรีนภดล พนักงานสอบสวน ก็แสดงให้เห็นว่า เจ้าพนักงานตำรวจไม่ทราบเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายในคดีนี้มาก่อน และไม่ทราบเรื่องที่นางอชินีได้ติดต่อซื้อแผ่นซีดีภาพยนตร์ของกลางจากจำเลยไว้ก่อน พฤติการณ์ของคดีเป็นการที่ผู้เสียหายดำเนินการแสวงหาพยานหลักฐานด้วยตนเองทั้งสิ้น แล้วจึงแจ้งความร้องทุกข์เพื่อนำเจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเลย

เพราะจำเลยได้ให้การถึงกรณีที่มีคนสั่งให้ตนซื้อแผ่นซีดีภาพยนตร์ของกลางมาตั้งแต่ต้น ตามที่ปรากฏในบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ. 8 ซึ่งได้จัดทำขึ้นในวันเกิดเหตุนั่นเอง ทั้งจำเลยได้ถามค้านพยานโจทก์เกี่ยวกับนางน้อยมาโดยตลอด น่าเชื่อว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าเป็นกรณีที่ฝ่ายผู้เสียหายได้ชักจูงใจหรือก่อให้จำเลยกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ตามฟ้อง และไม่อาจถือได้ว่าผู้เสียหายเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย การแจ้งความร้องทุกข์ จึงไม่ใช่การแจ้งความร้องทุกข์ตามกฎหมาย ทำให้การสอบสวนไม่ชอบ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้

จำเลยไม่มีเจตนาแต่แรกที่จะขายแผ่นซีดีภาพยนตร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย แต่เป็นกรณีที่ฝ่ายผู้เสียหายได้ชักจูงใจหรือก่อให้จำเลยกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย การแจ้งความร้องทุกข์จึงไม่ใช่การแจ้งความร้องทุกข์ตามกฎหมาย ทำให้การสอบสวนไม่ชอบและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เสียทั้งสิ้น

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th