ข่าว

ประจักษ์ ตัวแทนลิขสิทธิ์ ออกตัวโฟนอินปมจับกระทงเด็ก

จากกรณีเด็กหญิงวัย 15 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ถูกนาย ประจักษ์ โพธิ์ผล และทีมงานตัวแทนลิขสิทธิ์ดำเนินการล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากเด็กหญิงคนดังกล่าวได้ประดิษฐ์กระทงขาย โดยติดรูปตัวการ์ตูนดัง ก่อนที่จะมีการล่อซื้อ ให้เด็กหญิงนำกระทงดังกล่าวมาส่งที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และจับตัวเด็กหญิงไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมเรียกเงินค่าปรับจำนวน 50,000 บาท เพื่อเป็นการไกล่เกลี่ย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเจรจาให้จนกระทั่งตกลงจ่ายค่าปรับ 5,000 บาทนั้น

ต่อมา วันที่ (6 พ.ย.) รายการเนชั่นคนข่าวเข้มของทางช่องเนชั่นทีวี มีนาย กนก รัตน์วงศ์สกุล และ นายธีระ ธัญญไพบูลย์ เป็นพิธีกร ได้มีการเชิญ นายประจักษ์ โพธิผล ซึ่งอ้างตัวเป็นตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูน โฟนอินผ่านรายการ

พิธีกรเริ่มถามถึงว่าเห็นข่าวที่ออกมา คุณประจักษ์ เป็นคนที่ไปล่อซื้อกระทงที่ผิดลิขสิทธิ์ กับเด็กอายุ 15 ใช่ไหมครับ ?

นายประจักษ์กล่าวว่า… ผมไม่ได้เป็นคนล่อซื้อนะครับ ผมเป็นผู้รับมอบอำนาจของทางบริษัท ซาน-เอ็กซ์  จำกัด และ พอส์ อิงค์ บริษัท จำกัดซึ่งดูแลการละเมิดทรัพทย์สินทางปัญญา ส่วน บริษัทของผมรับตรงจากต่างประเทศ ผมเป็นคนดูแลและปราบปรามสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาและของบริษัท และที่บอกว่าผมไป ล่อซื้อเนี่ย คือการทำงานของทีมงานผมไม่ได้เป็นคนไปล่อซื้อ ผมคือคนที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ตามมอบคดีที่น้องเขาลงเฟซบุ๊กขายของโซเชียลสาธารณะ ใครเข้าไปก็เห็นว่าน้องเขาจำหน่ายกระทงที่มีรูปตัวการ์ตูนหลายบริษัท แล้วทีมงานเขาก็ไปดูแล้วมาถามว่าแบบนี้ จับได้ไหมตรงที่ละเมิดลิขทธิ์ รูปตัวการ์ตูนริลัคคุมะ และการ์ฟิลด์ เขาเลยเอารูปภาพมาให้ดู ซึ่งวินาทีนั่นผมไม่รู้ว่าคนทำเป็นเด็ก พอผมแจ้งร้องทุกกับเจ้าหน้าที่เสร็จได้นำเจ้าหน้าที่ไปตามที่เขานัดหมาย ไปถึงที่นัดหมายผมเห็นน้องเขาถือกระทงผมก็บอกกับน้องว่า ไอ้หนูสินค้านี่มัละเมิดลิขสิทธิ์และให้เขาดูเอกสารแจ้งความร้องทุกข์จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปโรงพักเพื่อไปทำการลงบันทึก จากนั้นพ่อแม่ปู่ย่าเขาก็มาต่อรองมาคุย แต่ตัวผมให้เขาคุยกับพนักงานสอบสวนเพราะเขาเป็นเด็ก พนักงานสอบสวนก็บอกกับผมว่าจะเจรจาจะอะไรหรือจะปล่อยตัวก็ปล่อย ทางปู่ของเขาเสนอว่าให้ค่าน้ำมันค่าเสียเวลาได้ไหม และปล่อยน้องเขา ผมบอกว่าได้ไม่มีปัญหาหรอกให้คุยกับทางพนักงานสอบสวน ผมเป็นผู้รับมอบอำนาจ ส่วนเรื่องที่น้องเขาเสียเงิน 5000 บาท คือแม่น้องเป็นคนเสนอขอจ่าย 5,000 บาท ผมก็บอกว่าถ้าจ่าย 5000 บาท ให้ไปคุยกับพนักงานสอบสวน เรื่องเงินผมไม่ได้ไปเรียกร้อง และเรื่องเงิน 50,000 บาท คือตามกฎหมายการละเมิดลิขสิทธิ์ ศาลเขากำหนดบทลงโทษปรับตั้งแต่ 50,000 – 400,000 บาท จำคุก 3 เดือน – 2 ปี ปรับกันตามมาตรา เราไม่ได้ไปเรียกเงิน 50,000 แค่พูดตามกฎหมายให้ฟังที่เขาพูดเขาพูดเกินเหตุ และอยากจะแก้ข่าวว่าอย่างที่เด็กพูดมันไม่จริงเรื่องที่พาเด็กไปอยู่ห้องมืดอะไรมันไม่ใช่ อยู่บริเวณโรงพักคือเขาก็จับมาและก็มีที่ให้นั่งคุย

พิธีกร “ส่วนประเด็นที่สังคมสงสัย คือทำไมทีมงานคุณประจักษ์ถึงไปล่อซื้อสั่งให้เด็กทำกระทงผิดลิขสิทธิ์ขึ้นมา ทำไมทีมงาน คุณประจักษ์ถึงทำแบบนั้น”

ประจักษ์ “ผมขอแก้ข่าวตรงนี้นะครับ คือทางทีมงานไม่ได้ไปสั่งหรือระบุว่าให้เขาทำตัวการ์ตูนนี้ทำตัวการ์ตูนตัวนั้น แต่น้องผู้หญิงเขามีรูปกระทงการ์ตูนลงในโซเชียล หมดทุกตัว เพราะผมแคปหน้าโพสต์ดังกล่าวไว้”

พิธีกร “น้องบอกว่าทำลายดอกไม้มาก่อน แต่ทีมงานคุณประจักษ์สั่งให้ทำลายการ์ตูน”

ประจักษ์ “ไม่ๆๆๆครับผมมีโปรไฟล์รูปตัวการ์ตูนหน้าที่โพสต์ขายไว้หมด มีลายสารพัด ทั้งลายการ์ตูนและลายดอกไม้ที่เขาทำ ทั้งร่ยละเอียดราคา เบอร์ M 29 บาท เบอร์ X 39 บาท เบอร์ L 49 บาท ราคาส่ง 15 อัน 20 ”

พิธีกร “แต่ทีนี้ถ้าน้องมีหลักฐานการแชตคุยกัน ว่าทีมงานคุณ ประจักษ์ สั่งไปล่อซื้อให้น้องเขาทำ กระทงลายการ์ตูน คุณจะว่าอย่างไรถ้าน้องเขามีหลักฐาน”

ประจักษ์ ” ทีมงานได้แชตไปถามว่ายังมีสินค้าอยู่ไหม น้องบอกมีคะ น้องก็ส่งรูปมาให้ดูเลย เป็นภาพกระทงลายการ์ตูน เขาก็นัดแนะการซื้อของการนัดของโดยมีการโอนเงินมัดจำเป็นเรื่องทางสายเขาจะทำกัน”

พิธีกร “อันนี้คุณประจักษ์มั่นใจนะ แต่ถ้าทางด้านน้องเขามั่นใจว่าทางทีมงานคุณประจักษ์ไปล่อซื้อให้เขาทำผิดกฎหมายเองอันนี้ต้องไปสู้กันถูกไหมครับ แต่ทีนี้เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ได้มีแค่น้องคนเดียวมันมีหลายกรณีที่คล้ายกันเลย”

ประจักษ์ “เคสของผมคือเคสน้องเขาคนเดียว แต่ที่ผมเคยส่งคดีไว้ก็จะมีสุพรรณบุรี”

พิธีกร “ถ้าอย่างนี้นะคุณ ประจักษ์ อย่างที่บอกว่าเฟซบุ๊กน้องเขาได้เผยแพร่โฆษณาว่าพร้อมจะทำกระทงลายการ์ตูนนี้อยู่แล้ว ซึ่งคุณ ประจักษ์ มองว่ามันผิดถูกไหมครับ และคุณ ประจักษ์ะสามรถเอารูปที่ปริ้น ไปแจ้งความได้เลย โดยไม่ต้องให้ทีมงานไปล่อซื้อไปคุยกับน้องอีกตามข่าวถูกไหมครับ”

ประจักษ์ “ใช่ครับ”

พิธีกร “แล้วทำไมทีมงานคุณประจักษ์ จะต้องไปคุยกับน้องเขาอีก ทำไมไม่แจ้งความตั้งแต่ตอนนั้น”

ประจักษ์  “ผมแจ้งความไปแล้วครับ”

พิธีกร  “ไม่ใช่ๆ คือทันทีที่ปริ้นข้อความตามเฟซบุ๊กของน้องเขา คุณประจักษ์ไปแจ้งความเลย มันจะต้องไม่มีข่าวว่าทีมงานคุณประจักษ์ไปคุยกับน้องเขาให้น้องเขาทำกระทง 100 กว่าอัน”

ประจักษ์  “ฟังนะ ไม่ใช่อย่างที่ท่านพูด พอผมได้รับรูปภาพเสร็จ ผมก็ไปแจ้งความร้องทุกข์เลย ผมไม่ได้ให้เขาไปสั่งทำกระทง ”

พิธีกร “แล้วคนที่ชื่อ นัน ไปสั่งทำกระทงได้อย่างไร”

ประจักษ์ “คือคนชื่อนันไปสั่งกระทงอย่างไรผมไม่รู้ ผมเอาแค่รูปที่ละเมิดลิขสิทธิ์ไปแจ้งความ”

พิธีกร  “คนชื่อ “นัน กิ่งเพชร”ตามข่าวที่ภาพเขาเผยแพร่บนโซเชี่ยล คุณ ประจักษ์ รู้จักเขาไหมครับ”

ประจักษ์  “รู้จักพอรู้จักครั้บ เขาทำงานอีกบริษัทหนึ่งครับ”

พิธีกร  “แล้วใครเป็นคนสั่งกระทงจากเด็กคนที่ไปสั่งกระทงใช้ทีมงานคุณไหมครับ”

ประจักษ์  “ไม่ใช่ๆครับ ตรงนี้ผมยังไม่ทราบชื่อ ผมแค่เอารูปที่ได้รับแจ้งความร้องทุกข์ไปดำเนินการแค่นั้นเองไม่มีอะไร”

พิธีกร “แต่ทำไมยังมีคนไปสั่งกระทงน้องเขาให้ไปส่งอีกวันหนึ่ง”

ประจักษ์ “สั่งวันหลังผมไม่รู้ ถ้าเขาไม่ขายเขาไม่ทำจะมีคนสั่งได้ไงนึกภาพให้ดีนะ”

พิธีกร  “ไม่ใช่ครับ คุณประจักษ์ฟังนะ เมื่อกี้คุณประจักษ์บอกว่า ตอนน้องเขาเอากระทงที่ผิดกฎหมายมาส่งเห็นน้องเขายังเด็กก็ยังไปคุยกับน้องเขา และที่น้องเอากระทงมาส่งเนิ้ย คนที่สั่งคือนาย นัน ล่อซื้อไป ทำไมเหตุการณ์มันประจวบเหมาะกันสรุปคุณไปเจอน้องเขาใช่ไหมครับ”

ประจักษ์  “เจอครับๆ”

พิธีกร  “ไปเจอน้องเขาตอนที่เอากระทงมาส่งเพราะทำตามที่นายนันล่อซื้อ ทำไมเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ มันสอดคล้องประสานกัน แล้วตอนนี้คุณประจักษ์กลับมาบอกว่าไม่รู้จักนายนัน ไม่ใช่ทีมงานทำไมครับ”

ประจักษ์  “คือๆ ทีมแจ้งความร้องทุกข์ คือ นายนันเขาคือฟรีแลนซ์ ไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัท”

พิธีกร ” ทบทวนนะครับคุณ ประจักษ์ ฟังดีๆนะ คุณประจักษืบอกว่าทีมงานส่งภาพปริ้นโปรไฟล์กระทงน้องเขา เพียงแค่มีภาพคุณ ประจักษ์ ก็สามารถนำภาพไปแจ้งความได้ ถูกไหม ซึ่งคุณ ประจักษ์ บอกทำแบบนั้น ไม่ได้ล่อซื้อ แต่ต่มข่าวบอกว่ามีนาน นัน ไปล่อซื้อให้น้องทำกระทง 136 ใบ พอน้องไปส่ง ก็เข้าจับน้องเขา และคุณ ประจักษ์ บอกเองไปเจอน้องตอนที่เอากระทงมาส่ง แสดงว่าคุณ ประจักษ์ ไม่ได้แจ้งความ แแต่เพียงแค่มีใบปลิ้นออกมาจากเฟสบุ๊ก คุณประจักษ์ ไปเจอน้งอเขาด้วย”

ประจักษ์ “ฟังนะครับๆ ข่าวอย่างนี้มันไม่ใช่ พอทีมงานเอาหน้าโปรไฟล์มาผมก็ไปแจ้งความร้องทุกข์ ผมด็ขอกำลังเชิญตัวน้องมาที่โรงพัก”

พิธีกร “ถ้าอย่างที่คุณประจักษ์บอกว่า ถ้าคุณแจ้งความตามที่ปลิ้นหน้าเฟสน้องเขา น้องเขาก็มาตัวเปล่า น้องเขาจะแบกกระทง 100 กว่าใบมาทำบ้าอะไร ถูกไหมครับ”

ประจักษ์ “กระทงน้องเขาทำขายมีรูปภาพเสนอขายอยู่แล้ว”