นักวิชาการ โพสต์ภาพแม่น้ำโขงแห้งขอด ชี้วิกฤตหนัก กระทบกว่า 70 ล้านคน

03 ม.ค. 2563 เวลา 7:57 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิกฤตหนักของคนไทยทั้งประเทศสำหรับสถานการณ์แม่น้ำโขงแห้งแล้ง โดยหลายพื้นที่แล้งหนักถึงขั้นมีหาดทรายโผล่ขึ้นมาแทนที่ โดยสาเหตุอันดับแรกๆ ที่นักวิชาการส่วนใหญ่อ้างถึง คือการเกิดขึ้นของเขื่อนต่างๆ ที่มีอยู่บนเส้นแม่น้ำโขง

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chainarong Setthachua หรือ ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา (สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ออกมาโพสต์ข้อความพร้อมเผยภาพวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในเขตลุ่มแม่น้ำโขง ณ ปัจจุบัน ระบุว่า

แม่น้ำโขงกำลังตาย ภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง นี่คือภาพชุดแรกที่เผยให้เห็นว่าน้ำโขงแห้งราวกับทะเลทรายและซากของสัตว์น้ำที่ถูกแดดแผดเผาเพราะหนีลงร่องน้ำลึกไม่ทัน ที่ถูกส่งมาถึงผมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562

ภาพชุดนี้ถ่ายโดย Bell Supattra In ลูกศิษย์ที่อยู่ในสนาม และชาวบ้านกลุ่มรักษ์แม่น้ำโขง ถ่ายที่แม่น้ำโขงเขต ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

วันที่น้ำโขงวิกฤตที่สุดในประวัติศาสตร์เป็นวันเดียวกันกับที่เขื่อนไซยะบุรีได้ทดลองเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าหลังจากที่มีการกักเก็บน้ำไว้เหนือเขื่อน

หลังจากภาพชุดนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มีสื่อทั้งในไทยทุกแขนงรวมทั้งสื่อโซเซียล และสื่อต่างประเทศ ได้เผยแพร่รายงานข่าวน้ำโขงวิกฤตอย่างต่อเนื่อง

แม้นักสร้างเขื่อนระบุว่าน้ำโขงวิกฤตเพราะเอลนินโญ ไม่เกี่ยวกับเขื่อนไซซยะบุรี แต่หลังจากนั้นไม่นาน พายุก็เข้าอีสาน แต่น้ำโขงก็ยังแห้งกลางเดือนตุลาคม น้ำโขงก็วิกฤตรอบสอง และเกิดวิกฤตรอบสามตามมาในปลายเดือน เมื่อน้ำโขงเกิดภาวะไร้ตะกอนเปลี่ยนเป็นน้ำใสราวกระจก และสะท้อนท้องฟ้าเป็นสีคราม จนถึงวันนี้ น้ำโขงก็ยังผันผวนหนัก ขึ้นๆ ลงๆ ขณะที่นักสร้างเขื่อนก็ยังโหมประชาสัมพันธ์ รวมทั้งซื้อสื่ออย่างกว้างขวางแก้ต่างว่าเขื่อนไซยะบุรีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผมจัดให้กรณีนี้เป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่ในรอบปี ไม่ใช่รอบทศวรรษ ไม่ใช่รอบศตวรรษ แต่เป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และผู้คนกว่า 70 ล้านคนได้รับผลกระทบนี้ และผลกระทบจะเกิดขึ้นต่อไปอีกยาวนาน

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

 

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th