ข่าว

หมอธี ชี้คนติดเชื้อไม่รู้ตัว แหล่งแพร่เชื้อกลุ่มใหญ่ ป้องกันยาก

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า…

ข้อมูลรายงานในวารสาร Science
วิเคราะห์และประมวลข้อมูล โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ

มีคนที่สามารถแพร่เชื้อได้แบบไม่รู้ตัว อยู่เท่าไหร่

มีข้อมูลสำคัญมากที่ทุกคนต้องการทราบ คือ คนที่แพร่เชื้อได้แบบไม่รู้ตัวนั้น มีจำนวนมากน้อยแค่ไหน

ผู้ที่แพร่เชื้อได้ มีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ถูกยืนยันและถูกนับรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อแล้ว เป็นตัวเลขที่เราเห็นรายงานประจำวันในแต่ละประเทศ (ศัพท์แพทย์ใช้คำว่า documented case) และอีกกลุ่มคือ กลุ่มคนที่แพร่เชื้อได้แบบไม่รู้ตัว (undocumented case) ซึ่งอาจจะเป็น ผู้ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อยมากจนไม่รู้ว่าตัวเองป่วย หรือผู้ป่วยในระยะแรกก่อนที่มีอาการ (โดยทั่วไปนับประมาณ 12 ชั่วโมงก่อนที่จะมีอาการ) หรือผู้ที่ป่วยแต่ไม่มาพบแพทย์

การวิจัยที่เพิ่งรายงานในวารสาร Science โดยคำนวณข้อมูลของประเทศจีนในช่วงแรกของการระบาด (ก่อนที่จะมีมาตรการที่เข้มงวด) และในช่วงหลังของการระบาด (ซึ่งมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น ประชาชนร่วมมือและป้องกันตนเองมากขึ้นแล้ว) พบว่า
– ในช่วงแรกของการระบาดในจีน มีผู้ที่สามารถจะแพร่เชื้อได้โดยไม่รู้ตัว 6.2 เท่าของตัวเลขผู้ติดเชื้อที่รายงาน
– ในช่วงหลังของการระบาดในจีน ที่มาตรการและระบบการดูแลดีขึ้น มีผู้ที่สามารถจะแพร่เชื้อได้โดยไม่รู้ตัว 0.5 เท่าของตัวเลขผู้ติดเชื้อที่รายงาน

กลุ่มคนที่แพร่เชื้อได้โดยไม่รู้ตัวนี้ ถึงแม้ว่าความสามารถในการแพร่เชื้อจะต่ำกว่าผู้ที่ป่วยแบบมีอาการ(มีปริมาณเชื้อมักจะน้อยกว่า) แต่เป็นแหล่งแพร่เชื้อกลุ่มใหญ่ ป้องกันได้ยาก เพราะสามารถแพร่เชื้อได้โดยตัวเองก็ไม่รู้ตัว คนอื่นก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง เลยไม่ทราบว่าจะป้องกันอย่างไร

ทั้งนี้หมอธี ยังเผยอีกว่า ความยากของโรคนี้คือไม่รู้ว่าใครติดเชื้อ ทั้งที่เดินไปมา ดูปกติ ก็แพร่เชื้อได้ และแม้คนป่วยสูงอายุ ไม่เคยออกไปไหน มีไข้เข้าโรงพยาบาล ใครจะไปคิดว่าเป็น ที่ไหนได้ ติดเชื้อมาจากลูกหลาน เอาเชื้อมาจากนอกบ้าน
นี่คือความแตกต่างของไวรัสตัวนี้จากอื่นๆที่ผ่านมา