ข่าว

สามหนุ่มญี่ปุ่น กักตัวบนเกาะร้าง ใช้ชีวิตอยู่แบบติดเกาะกว่า 1 เดือน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะอยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการออกไปในสถานที่ต่างๆ หากไม่มีเหตุจำเป็น รวมถึงการกักตัวอย่างเช่น หนุ่มญี่ปุ่น 3 คนนี้ ที่เลือกกักตัวบนเกาะร้าง ใช้ชีวิตแบบชาวเกาะ กว่าหนึ่งเดือน พร้อมทำคลิปออกมาจนเป็นไวรัลในญี่ปุ่น เพราะพวกเขาได้ใช้ชีวิตเหมือนชนเผ่าที่อาศัยอยู่บนเกาะ ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก WA-Japan ได้ออกมาเผยภาพพร้อมระบุข้อความว่า

ในขณะที่คนญี่ปุ่นทั่วไปกักตัวอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อ กลับมีหนุ่มญี่ปุ่น 3 คนที่ตัดสินใจไปกักตัวเองที่เกาะร้างแห่งหนึ่งในคิวชู การกักตัวที่เกาะร้างครั้งนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. และสิ้นสุดลง 24 พ.ค.(เมื่อวานนี้) ในแต่ละวันพวกเขาอัพเดตชีวิตผ่านทวิตเตอร์ ตลอดเวลาเดือนกว่า เรื่องราวการกักตัวของพวกเขามีการแชร์ไปในโลกออนไลน์มากมาย เรามาดูชีวิตของพวกเขาไปพร้อมๆกันเลย

สิ่งที่นำติดตัวไปมีของใช้จำเป็นในการดำรงชีวิตอย่าง อุปกรณ์จับปลา มีด น้ำดื่ม เต๊นท์ พลั่ว เครื่องครัวพร้อมเครื่องปรุงรสเล็กน้อย และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ…ไก่ตัวเป็นๆจ้า

เมื่อเตรียมของเสร็จพวกเขาทั้ง 3 ก็แบกไก่ลงเรือมุ่งสู่เกาะร้าง บรรยากาศช่างเงียบสงบ ไม่มีสิ่งใดๆที่บ่งบอกว่าเคยมีอารยธรรมที่นี่มาก่อน ร้างโดยแท้ ร้างจริงๆ
หลังจากชื่นชมเกาะเสร็จทุกคนกำแยกย้ายกันไปทำงาน กางเต๊นท์ หาอาหาร จับปลา เลี้ยงไก่ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ

ทำคอสตูมสำหรับชาวเกาะ !!!! โอ้ยบ้า เห็นแล้วกลัวแมลงไปกัดก้นมาก ทุกๆวันผ่านไป มีทุกข์ มีสุข มีไก่ ในช่วงว่างๆทุกคนก็จะมา workout กัน บางทีก็เล่นไพ่ แล้วก็ไปดำน้ำจับปลา แล้วก็อัพเดตการใช้ชีวิตในเกาะร้างบนโซเชียล (ยังดีที่มีสัญญาณอยู่) อาาา เหล่าชายฉกรรจ์ 3 คนหันไปมองพระอาทิตย์ตก มันช่างสวยงามเหลือเกิน

หลังจาก 1 เดือนกว่าแห่งการกักตัว เมื่อวานนี้ (วันที่ 24) ทุกคนก็ได้กลับมาสู่อ้อมกอดของอารยธรรมอีกครั้งในสภาพที่ยังครบ 32 พร้อมกับความรู้สึกขอบคุณธรรมชาติ ธรรมชาติเป็นที่พึ่งให้มนุษย์ได้เสมอ เวลาเดือนกว่ากับธรรมชาติมีวันฝนตก พายุเข้า แต่ในที่สุดก็แดดออก ชายฉกรรจ์บอกว่าได้ประสบการณ์ดีๆที่รู้สึกขอบคุณธรรมชาติจากก้นบึ้งของหัวใจ

ปล. เจ้าของคลิปบอกว่าที่ไปเกาะร้างเป็นเดือนๆได้เพราะตกงานจากเหตุการณ์ไวรัสโควิด เลยไปใช้ชีวิตเป็นชาวเกาะไม่ต้องใช้เงิน แต่ตอนนี้ต้องกลับมาหางานแล้วจ้า

ขอบคุณที่มาจาก : FB WA-Japan