บก.ลายจุด วิเคราะห์แมตช์หยุดโลก ไผ่ ดาวดิน vs อุ๊ หฤทัย

05 พ.ย. 2563 เวลา 6:37 น.

บก.ลายจุด โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดีเบตแมตช์หยุดโลก ระหว่าง อุ๊ หฤทัย และ ไผ่ ดาวดิน ชี้ ไม่พบประเด็นแหลมคม แต่ได้เห็นวุฒิภาวะของทั้ง 2 ฝ่าย

บก.ลายจุด โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดีเบตแมตช์หยุดโลก ระหว่าง อุ๊ หฤทัย และ ไผ่ ดาวดิน ชี้ ไม่พบประเด็นแหลมคม แต่ได้เห็นวุฒิภาวะของทั้ง 2 ฝ่าย

จากกรณีที่ ไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มดาวดินสามัญชน แนวร่วมคณะราษฎร ร่วมดีเบตกับ อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี ในรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ วานนี้ (4 พ.ย. 63) เรียกได้ว่าเป็นแมตช์หยุดโลก และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล พาเอาแฮชแท็กรายการ #ถามตรงๆกับจอมขวัญ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์โลกเมื่อช่วงค่ำของวันที่ผ่านมา

 

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว และแนบข้อความว่า "อุ๊ VS ไผ่ เราได้อะไรใน 1 ชม ที่เสียไป

- อุ๊ตั้งใจวางบทบาทตนเองเป็นนักวิชาการใส่สูทมาบรรยายทั้งเรื่องความสำคัญของระบบทุนนิยม การเมืองในยุคสงครามเย็น มั่นหน้าว่าชุดความรู้ของตนนั้นอธิบายสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นในความขัดแย้งของสังคมไทยในขณะนี้ ฟังดูคุ้นๆว่าน่าจะมาสำนักคิดของสถาบันทิศทางไทย ของสนธิญาณ เรียกว่ารับมาเต็มๆ

- ไผ่ เล่นบทนักเคลื่อนไหวสิทธิชุมชนที่มองเชื่อมโยงจากประเด็นชาวบ้าน(จุลภาค)ไปสู่การเมืองระดับชาติ (มหภาค) ชี้ปัญหาระบบอำนาจนิยมทำลายอำนาจต่อรองของคนตัวเล็กตัวน้อย เขามองว่าต้องเอาประยุทธออกและจัดวางความสัมพันธ์เชิงอำนาจในรัฐธรรมนูญเสียใหม่

- จอมขวัญ เล่นบทโปรโมเตอร์จัดมวยหยุดโลก หลังจัดคู่ปารีณาและน้องมายด์ไปแล้วรอบหนึ่ง แต่แล้วดันเอามวยวัดกับมวยมาตรฐานมาต่อยกันบนเวที กรรมการต้องคอยแจ้งกฏการชกเป็นระยะ แต่วันนี้นักมวยหญิงถึงกับไม่สนใจกติกาในการชกบนเวที ควงหมัดใส่ไม่ยั้งแถมยังพ่นน้ำลายเต็มหน้าจอทีวี กรรมการได้แต่เมาน้ำลาย ในใจคงคิดว่ากรูคิดผิดหรือเปล่าที่เอาคู่นี้มาเจอกัน

- การสนทนาไม่เข้าเนื้อหาที่รายการได้กำหนดไว้ แต่ถูกอุ๊ลากออกจากประเด็นหลักไปยังชุดความคิดที่ฝังอยู่ในใจคนอย่างอุ๊ จะว่าไปแล้วเขาไม่ได้ดีเบตอะไร มันเพียงแค่บอกว่าเขาคิดอะไรเท่านั้น ส่วนไผ่ก็ใช้เวลาในการอธิบายความคิดตนเองเพื่อแสดงความต่างระหว่างเขากับอุ๊ แล้วปล่อยให้จอมขวัญกอดประเด็นของรายการไว้คนเดียวอย่างงงๆ

- สำหรับผมแล้ว แทบไม่ได้อะไรที่เป็นเนื้อหาในการสนทนาครั้งนี้ แต่ที่ได้มากที่สุดคือ การมองเห็นวุฒิภาวะของแต่ละฝ่าย การยึดมั่นความคิดตนเองผมไม่ติดขัด แต่การไม่เปิดรับฟังหรือพยายามปิดโอกาสการพูดของอีกฝ่ายบนเวทีดีเบตแบบนี้ เป็นพฤติกรรมที่ทำให้ดูด้อยไปอย่างชัดเจน ดังนั้นเสียงวิจารณ์ในวันนี้จึงไม่ได้ไปที่ใครเสนอประเด็นได้คมชัดหรือมีเหตุผลกว่ากัน แต่เป็นเรื่องมารยาททางสังคมที่ต่ำเตี้ยเกินความคาดหมาย

- 1 ชั่วโมงที่เสียไปกับเทปนี้ คือ ความบันเทิงบนความน่าสมเพช ถือเป็นเรื่องแปลก ดูไปด่าไป ได้แค่นี้แหละ"

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด