ชูป้ายร้องทุกข์ ดักขบวนรถ “นายกฯ” เดือดร้อนโครงการคลองผันน้ำหมื่นล้านนครฯ

13 ก.ย. 2562 เวลา 6:17 น.

ชาวบ้านดักรอชูป้ายร้องทุกข์ หวังขบวน "นายกฯ" เห็น เดือดร้อนโครงการคลองผันน้ำหมื่นล้านนครศรีธรรมราช เผยร้องเรียนทุกช่องทางไม่ได้ผล เคยไปรอร้องนายกรัฐมนตรีตั้งแต่สมัยพายุปาบึกกลับถูกกันไม่ให้ยื่นหนังสือ

วันนี้ (13 ก.ย.) ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจากคลองผันน้ำหมื่นล้าน หรือ "โครงการคลองผันน้ำเลี่ยงเมืองนครศรีธรรมราช" ในต.ไชยมนตรี ต.บางจาก อ.เมืองนครศรีธรรมราช ตัดสินใจไปดักรอขบวนรถของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บริเวณแยกหัวถนน ต.ศาลามีชัย อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อชูป้ายร้องเรียนความเดือดร้อน ให้ขบวนรถของนายกรัฐมนตรี ที่กำลังเดินทางไปยังโครงการประตูระบายน้ำ ในโครงการนี้ที่คลองท่าเรือ-หัวตรุด ต.บางจาก อ.เมืองนครศรีธรรมราช สังเกตเห็น

เพราะเชื่อว่าหากนายกรัฐมนตรีเห็นป้าย จะเกิดการสอบถามข้อเท็จจริง โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ชูป้ายไปพร้อมทั้งยกมือไหว้ขบวนรถ โดยไม่ได้สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายใดๆ หลังจากที่ขบวนรถผ่านแล้วต่างแยกย้ายกลับบ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาบันทึกภาพทั้งผู้ที่มาชูป้ายและผู้สื่อข่าวที่มาบันทึกภาพข่าว

ทั้งนี้ ชาวบ้านแจ้งเหตุผลว่า ที่ผ่านมา ได้ร้องเรียนความเดือดร้อน และข้อเสนอให้มีการพิจารณาปรับโครงการ เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ได้ รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อระบบน้ำและสิ่งแวดล้อม พื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำที่ กม. 9+200 คลองท่าเรือ-หัวตรุด วงเงินสูงถึงกว่า 9,580 ล้านบาท โดยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบรวมตัวศึกษาโครงการพบว่าโครงการนี้ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบหรือ อีไอเอ แต่อย่างใด

ชาวบ้านดักรอชูป้ายร้องทุกข์ หวังขบวน

นายนิพนธ์ นัทธีเชาว์ ชาวตำบลไชยมนตรี ผู้มาชูป้ายเปิดเผยว่า ไม่ได้คัดค้านโครงการ แต่มีข้อเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนด้วยการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ คือการปรับปรุงคลองสายหลักให้สามารถระบายน้ำได้ การชะลอน้ำเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรักษาชุมชนจำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบให้ประชาชนสามารถอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้ หากยังเดินหน้าแน่นอนว่าครอบครัวชุมชนล่มสลายแน่นอน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต้นน้ำกลางน้ำที่จะเรียกกลับมาไม่ได้อีกต่อไป

เช่นเดียวกับนางปราณี การะเวก ชาวตำบลไชยมนตรี อีกรายที่ร่วมกันชูป้ายเปิดเผยว่า ตนเองมีสมาชิกในครอบครัว 12 คน มีที่ดิน 2 ไร่ มีบ้านผลสวนผลไม้ในพื้นที่จะต้องถูกเวนคืนทั้งหมด สมาชิกทั้ง 12 คนจะอยู่อย่างไร อีกทั้งอายุ 67 ปี แล้วจะไปทำอย่างไรต่อไปได้ พร้อมทั้งเรียกร้องขอให้ตำรวจช่วยด้วย

ขณะเดียวกันชาวบ้านกลุ่มนี้ยังแจ้งด้วยว่า มีการยื่นหนังสือทุกช่องทางอย่างต่อเนื่องหลายครั้งกลับไม่ได้รับความสนใจใดๆ รวมทั้ง มีความพยายามในการยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายที่เดินทางมายัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคราว "พายุปาบึก" แต่กลับถูกกันให้ไปยื่นในจุดอื่นแทน หวังว่าการชูป้ายครั้งนี้เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะเห็นและเรียกสอบข้อเท็จจริงของโครงการ

ชาวบ้านดักรอชูป้ายร้องทุกข์ หวังขบวน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด