เหยื่อล่อซื้อลิขสิทธิ์ถอดใจไม่แจ้งความ หวั่นภัยมืด

13 พ.ย. 2562 เวลา 8:26 น.

แม่ลูกพิการ เหยื่อล่อซื้อลิขสิทธิ์ หวั่นภัยมืด ยอมรับรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถอดใจไม่แจ้งความ-ขอค้าขาย ก้มหน้าสานตะกร้าหารายได้เลี้ยงลูก พร้อมขอบคุณน้ำใจคนไทยช่วยสั่งซื้อ ขณะที่คนมีสี เหน็บสื่อ "หงอย"หลังตีแผ่เรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนางสาวคัคนางค์ เกตุวงษ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146/1 หมู่ 5 ต.ถ้ำกระต่ายทอง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร แม่ค้าจักสานเส้นพลาสติกทำตะกร้าและสำหรับใส่ผลิตภัณฑ์กระป๋องกาแฟขาย เพื่อหาเงินเลี้ยงลูกพิการกล้ามเนื้ออ่อนแรง วัย 5 ขวบ ถูกเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมโดยวิธีการล่อซื้อ ซึ่งใช้วิธีการผ่านทางแชทให้แม่ค้ารายนี้สานพลาสติกสำหรับใส่กระป๋องกาแฟจำนวน 20 ใบ และประสงค์ให้ใส่ลายการ์ตูนโดเรม่อน

แม่ลูกพิการ เหยื่อล่อซื้อลิขสิทธิ์ หวั่นภัยมืด ยอมรับรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถอดใจไม่แจ้งความ-ขอค้าขาย ก้มหน้าสานตะกร้าหารายได้เลี้ยงลูก พร้อมขอบคุณน้ำใจคนไทยช่วยสั่งซื้อ ขณะที่คนมีสี เหน็บสื่อ

แต่ทางแม่ค้ารายนี้ทำได้แค่ 8 ใบเพราะไม่มีวัตถุดิบรูปการ์ตูนที่สั่งซื้อมาทางอินเตอร์เน็ต และวิธีการทำได้เรียนรู้มาจากทางยูทูป หลังจากนั้นเมื่อทำเสร็จแล้วได้นำผลิตภัณฑ์ผสมลวดลายอื่นๆ ตามที่ล่อซื้อต้องการ รวมไปจนครบ 20 ชิ้น ส่งให้กับลูกค้าตามสั่ง กระทั่งถูกจับกุมและนำไปสู่การดำเนินคดีและมีการไกล่เกลี่ยกันโดยยินยอมจำนำทองสมบัติชิ้นสุดท้าย สูญเงินให้จำนวน 30,000 บาท ด้วยความตกใจและกลัวเนื่องจากถูกข่มขู่ หากติดคุก จะไม่มีใครดูแลลูกที่พิการจึงยอมเพราะทำผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ หลังจากที่มีข่าวในหลายจังหวัดเกี่ยวกับคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้นางสาวคัคนางค์ เกิดความสงสัยในกระบวนการจับกุมนั้นถูกต้องหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ได้ไปนั่งขายอยู่แถวตลาด สถานีตำรวจ และหน้าอำเภอ เหตุใดไม่ถูกจับกุม อีกทั้งก็มีผลิตภัณฑ์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นรูปการ์ตูนอยู่ 2 ใบ  ทำให้นึกแปลกใจ และที่ลงโพสต์ในเฟซบุ๊คก็เป็นภาพที่โพสต์ไว้นานแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าเป็นความผิดที่ผ่านมา ใช่หรือไม่ หรือความผิดเพราะผู้สั่งล่อซื้อนำไปสู่การหาหลักฐานจากตนเองเพื่อจับกุม โดยตนแคปเจอร์การสนทนาไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งยังเป็นประเด็นคาใจที่ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อเรียกร้องหาความเป็นธรรมหรือไม่

ขณะเดียวกันทางกระทรวงยุติธรรมกำแพงเพชร ตำรวจ สภ.พรานกระต่าย ฝ่ายปกครองอำเภอพรานกระต่าย เจ้าหน้าที่ทหารจาก กอ.รมน.จังหวัดกำแพงเพชร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้ามาช่วยเหลือและพร้อมที่จะดำเนินการฟ้องร้องคดีให้

นางสาวคัคนางค์ กล่าวว่า ครอบครัวนั้นไม่มีเงิน ไม่มีเวลาและไม่พร้อมที่จะไปค้าความ เนืื่องจากมีลูกพิการที่ต้องอุ้มกระเตงเพื่อที่จะไปขึ้นศาล เพื่อพิสูจน์ว่าพฤติกรรมการจับกุมนั้นชอบหรือไม่ชอบ เบื้องต้นในความคิดขอใช้วิชาชีพจักสานพลาสติกนี้ทำมาหากินเลี้ยงชีพเลี้ยงลูกอีก 2 คนจะดีกว่า ที่จะไปค้าความ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รู้สึก ถึงความไม่ปลอดภัยและหวั่นเกรงภัยมืด เนื่องจากครอบครัวมีกันเพียงแค่นี้

แม่ลูกพิการ เหยื่อล่อซื้อลิขสิทธิ์ หวั่นภัยมืด ยอมรับรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถอดใจไม่แจ้งความ-ขอค้าขาย ก้มหน้าสานตะกร้าหารายได้เลี้ยงลูก พร้อมขอบคุณน้ำใจคนไทยช่วยสั่งซื้อ ขณะที่คนมีสี เหน็บสื่อ

ส่วนผลิตภัณฑ์ต่างๆหลังจากที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ทำลวดลายการ์ตูนขึ้นมาอีก คงทำเป็นเพียงลายดอกไม้เพราะเกรงว่าจะไปละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทอื่น และได้รับความเดือดร้อนอีก  อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณคนไทยใจดีที่หลังจากทราบข่าว มีการออเดอร์สั่งเข้ามาต่อเนื่อง  นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์ที่ทราบข่าวต่างมาช่วยกันอุดหนุนคนละใบสองใบแล้ว โดยเฉพาะเมื่อวานนี้มียอดสั่งมาถึง 12 กล่องรวมเป็นเงิน 3,000 บาท พร้อมทั้งมีคำชมว่าเป็นลายดอกไม้ที่สวยไม่จำเป็นจะต้องไปลวดลายอื่นเพราะสินค้ามีภาพสวยและมีความคงทน

แม่ลูกพิการ เหยื่อล่อซื้อลิขสิทธิ์ หวั่นภัยมืด ยอมรับรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถอดใจไม่แจ้งความ-ขอค้าขาย ก้มหน้าสานตะกร้าหารายได้เลี้ยงลูก พร้อมขอบคุณน้ำใจคนไทยช่วยสั่งซื้อ ขณะที่คนมีสี เหน็บสื่อ

 

"สานตะกร้าเลี้ยงชีพทำตั้งแต่เช้าจนถึงห้าทุ่ม ซึ่งเหนื่อยมากแต่ก็ต้องทนเพราะเป็นอาชีพสุจริต ส่วนรายได้เสริมจะไปเป็นวิทยากรบรรยายสอนกลุ่มอาชีพตามหมู่บ้าน ซึ่งมี อบต.เป็นเจ้าภาพตามแต่ปีงบประมาณ จะมีรายได้ประมาณ 1,000- 3,000 บาทแล้วแต่จำนวนของผู้เข้าอบรม"นางสาวคัคนางค์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเหยื่อรายนี้เรียกร้องความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนหลายสำนัก ได้มีการตีแผ่ชีวิตจริงที่ให้สังคมได้รับรู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น กลับมีข้อความของคนมีสีว่อนโลกสังคมออนไลน์ ข้อความคล้ายจะชี้แจง และเหน็บแนมเสียดสีการทำหน้าที่ตีแผ่ของสื่อมวลชนว่า “เอาอยู่ ,จะสร้างกระแส ,เผอิญใบมอบอำนาจตัวจริง , ตัวแทนจริง , เงินเข้าบริษัทจริง ,หงอยทั้งนักข่าวและผู้ร้อง ไปดูที่บ้านยังละเมิดอีกเพียบ” โดยข้อความนี้ถูกส่งไปในไลน์กลุ่มผู้สื่อนักข่าวและหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นคนมีสีจริงหรือแชทปลอม โดยสื่อที่เกี่ยวข้องจะประชุมเข้าร้องต่อผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบชัดเจนเพื่อดำเนินการสร้างความเข้าใจต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด