ในหลวงพระราชทานพวงหรีดให้แก่ผู้เสียชีวิต และรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

09 ก.พ. 2563 เวลา 13:34 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาและห่วงใย ผู้ประสบเหตุทั้งเสียชีวิต บาดเจ็บ และญาติพี่น้อง ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ พระราชทานพวงหรีดให้แก่ผู้เสียชีวิต และรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

นายวิเชียร จันทรโณทัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายแพทย์นรินทร์รัชต์  พัชญาคามินทร์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และพัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดนครราชสีมา  ยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา แถลงข่าวข้อมูลสถานการณ์เหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุยิงประชาชนที่เกิดขึ้น ในช่วง 1-2 วันนี้

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาจนยุติลงแล้ว นำมาซึ่งความเสียใจที่มีความสูญเสียประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก

อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาและห่วงใย  ผู้ประสบเหตุทั้งเสียชีวิต บาดเจ็บ และญาติพี่น้อง ตลอดจนพสกนิกรชาวจังหวัดนครราชสีมา จึงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ มาเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ และรับทราบสถานการณ์เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่

- พระราชทานพวงหรีดให้แก่ผู้เสียชีวิต และรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซี่งในวันพรุ่งนี้ (10 ก.พ.) ประธานองคมนตรี พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์ จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลศพผู้เสียชีวิต ที่วัดสามัคคี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา นอกจากนั้น ยังพระราชทานโรงครัวให้แก่จิตอาสาและผู้ปฏิบัติงานในการฟื้นฟูพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมด นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ตลอดจนชาวจังหวัดนครราชสีมาอย่างหาที่สุดมิได้

สำหรับสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพอสังเขป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ก.พ.63 เวลาประมาณ 15.00 น. จ.ส.อ.จักรพันธ์  ถมมา ได้ใช้อาวุธปืนยิง พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ และนางอนงค์  มิตรจันทร์ เสียชีวิต และได้แย่งชิงอาวุธปืนพร้อมยานพาหนะจากค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ซึ่งระหว่างทางได้กราดยิงประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายก่อนหลบหนีเข้าไปในห้างสรรพสินค้า Terminal 21 โคราช ในเวลาประมาณ 17.00 น.

ซึ่งในขณะนั้นมีประชาชนอยู่ในห้างเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้พยามเข้าระงับเหตุ และมีการปะทะกัน จนกระทั่งเวลาประมาณ 9.10 น. (9 ก.พ.63) จึงสามารถคลี่คลายสถานการณ์ลงได้  สรุปจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจำนวนทั้งสิ้น 30 คน (รวมผู้ก่อเหตุ) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน  58 คน

นพ.นรินทร์รัชต์  พิชญคามินทร์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา  กล่าวว่า ข้อมูลจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา  ณ  เวลา 15.20 น. มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 30 คน ผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวน 30  คน  อยู่ที่รพ.มหาราชนครราชสีมา    21 คน ,รพ.ค่ายสุรนารี 4  คน ,รพ.เซ็นต์เมรี่ 1 คน ,รพ.กรุงเทพราชสีมา 3 คน และรพ. ป.แพทย์  1 คน ส่วนผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวและกลับบ้านแล้ว  28 คน รวมผู้ประสบเหตุทั้งหมด 88 คน

สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น จังหวัดจะดูแลเรื่องการจัดพิธีศพ ที่วัดสามัคคี แต่สำหรับผู้เสียชีวิตที่มาจากต่างจังหวัด ในเบื้องต้นทางจังหวัดได้ดูแลจัดที่พักให้สำหรับญาติผู้เสียชีวิตที่จะเดินทางมาร่วมงานที่กองบิน ๑ ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 120 คน วันนี้มีญาติเดินทางมาพักแล้ว 30 คน และจะช่วยเหลืออำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ อีก สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ได้สั่งการให้สำนักงานสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 5 เตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวอย่างเต็มที่ โดยกระบวนการให้ความช่วยเหลือ มีดังนี้

- ให้นักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อให้กำลังใจครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อสอบถามความต้องการ สัมภาษณ์เก็บข้อมูล ประเมินสภาพปัญหา พิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นรายกรณีและติดตามผลหลังการช่วยเหลือ

- สำหรับแผนการให้ความช่วยเหลือและรูปแบบการให้บริการ

1.กรณีผู้เสียชีวิต เป็นหัวหน้าครอบครัว พิจารณาช่วยเหลือ เป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัว เงินสงเคราะห์เด็ก

สำหรับบุตรผู้เสียชีวิตที่กำลังอยู่ในวัยเรียน ฝึกอาชีพให้กับสมาชิกในครอบครัว

2. กรณีเด็กและเยาวชนพิจารณาช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษาเด็กหรือพิจารณาเข้าร่วมโครงการครอบครัวอุปถัมภ์

3.กรณีผู้เสียชีวิตมีบิดา-มารดาสูงอายุ พิจารณาตรวจสอบสิทธิการรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุ/ทุนฌาปนกิจผู้สูงอายุ

4.กรณีผู้ได้รับบาดเจ็บและภายหลังการรักษามีภาวะพิการ พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามสิทธิคนพิการ อาทิแนะนำการเข้าสู่กระบวนการ ออกบัตรคนพิการ เบี้ยยังชีพคนพิการ การฝึกอาชีพสำหรับคนพิการ เงินกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ โดยจะมีการมอบสิ่งของจำเป็น เช่นเครื่องอุปโภคบริโภคในการดำรงชีพให้ด้วย

นอกจากนี้ จังหวัดนครราชสีมา เปิดรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธา ที่ประสงค์จะช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์เทอร์มินอล 21 โคราช

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด