รวบ "แม่ผัว-ลูกสะใภ้" จอมแสบ ฉกขโมยกระเป๋าสาว ขณะนั่งกินอาหารในห้างดัง

21 ก.พ. 2563 เวลา 7:11 น.

ตำรวจบุกรวบ "แม่ผัวลูกสะใภ้" 2 นางโจรจอมแสบ คาบ้านพัก ย่านชุมชนริมทางรถไฟยมราช หลังก่อเหตุขโมยกระเป๋าเหยื่อสาว ขณะนั่งกินอาหารภายในห้างชื่อดัง ตรวจสอบประวัติพบสุดโชกโชน เคยก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้ว 6 ครั้ง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 พลตำรวจตรี สำเริง สวนทอง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 ได้สั่งการ พันตำรวจเอก นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี ผู้กำกับการสืบสวนนครบาล1 พันตำรวจเอก ภูริส จินตรานันท์ ผู้กำกับตำรวจนครบาลห้วยขวาง และพันตำรวจเอก บวรภพ สุนทรเรขา ผู้กำกับการตำรวจนครบาลพญาไท ร่วมกันนำกำลังจับกุมนางสาว สุภาพร กัญญารัตน์ อายุ 53 ปี และนางสาว มาลี เชิดฉาย อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา"แม่ผัวลูกสะใภ้"ตระเวนฉกทรัพย์ตามห้าง ได้ภายในชุมชนริมทางรถไฟยมราช แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jinyan Chen ได้ออกโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุข้อความว่า "โดนขโมยกระเป๋าค่ะ ไปกินข้าวกับเพื่อนที่เอสพลานาดรัชดา โดนผู้หญิง 2 คนนี้ขโมยกระเป๋าไป ในกระเป๋ามีของที่รักมาก สำคัญมากด้วย" พร้อมกับคลิปกล้องวงจรปิดของทางร้านอาหารที่ผู้เสียหายไปนั่งรับประทานอาหาร โดยจับภาพของคนร้ายเป็นหญิง 2 คน มาหยุดอยู่บริเวณหน้าร้านติดกับโต๊ะที่ผู้เสียหายนั่ง ก่อนจะใช้จังหวะเผลอยื่นมือมาคว้าเอากระเป๋าถือแบบสตรีใส่ถุงกระดาษและเดินหลบหนีไป ความยาวของคลิปนั้นเพียง 11 วินาที ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เดินทางแจ้งความไว้ที่ สน.ห้วยขวาง โดยเหตุเกิดช่วงหัวค่ำ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ตำรวจบุกรวบ

จากนั้นทางตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม กระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนมีพฤติกรรมเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันในหลายท้องที่ และมีเบาะแสว่าคนร้ายรายนี้อาศัยในชุมชนดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญารัชดา ต่อมาได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อพบตัวจึงทำการจับกุม ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่สุานีตำรวจพญาไท และส่งตัวมายังสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง

ตำรวจบุกรวบ

จากการสอบสวน ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า นางสาว สุภาพร เป็นแม่สามีของ นางสาว มาลี อาศัยอยู่ละแวกเดียวกันมีอาชีพรับจ้างทั่วไป หากวันใดไม่มีใรรมาว่าจ้างจะชักชวนกันตระเวนไปตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังต่างๆ เดินไปมาภายในห้างเพื่อเลือกหาเหยื่อหรือผู้เสียหายที่มีทรัพย์สินและอาศัยจังหวะที่เผลอเพื่อลงมือก่อเหตุ โดยแบ่งหน้าที่ น.ส.มาลี จะทำหน้าที่เป็นคนลงมือลักทรัพย์ ส่วนน.ส.สุภาพร ทำหน้าที่เป็นต้นทางสังเกตการณ์ ส่วนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจะนำไปขายและนำเงินมาดูแลลูกหลานและคนในครอบครัว

ตำรวจบุกรวบ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่าผู้ต้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด