กทม.สั่งกักตัว 3 ราย สัมผัสใกล้ชิดหญิงติดโควิด-19 พร้อมเร่งคัดกรองกลุ่มเสี่ยง

20 ส.ค. 2563 เวลา 12:32 น.

กทม.สั่งกักตัว 3 ราย สัมผัสใกล้ชิดหญิงติดโควิด-19 รวมถึงค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ เพื่อคัดกรองผู้มีอาการผิดปกติร่วมด้วย

วันนี้ 20 ส.ค. 2563 พลตำรวจโทโสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงกรณีพบหญิงไทยติดเชื้อไวรัสโควิด 2019  หลังกักตัวครบ 14 วันแล้ว ตามที่กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวไปเมื่อวันที่19 ส.ค.

ล่าสุด สำนักอนามัย กทม. ประสานความร่วมมือกับสำนักงานเขต กองระบาดวิทยา และสถาบันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค สธ. ค้นหาและติดตามตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดใน กทม. 3 ราย ขณะนี้ได้ดำเนินการนำเข้าสถานที่กักกันเรียบร้อยแล้ว โดยดำเนินมาตรการเชิงรุก ลงพื้นที่คัดกรองกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และเก็บสิ่งส่งตรวจ รวมถึงค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ เพื่อคัดกรองผู้มีอาการผิดปกติร่วมด้วย

พลตำรวจโทโสภณ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก แสดงความกังวล คนหนุ่มสาววัย 20-40 ปี เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่แพร่กระจาย เนื่องจากหลายคนเป็นผู้ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว เป็นอันตรายต่อประชากรกลุ่มเสี่ย

กรุงเทพมหานครได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานเขต เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ร่วมกันจัดทีมผู้พิทักษ์ "ไทยชนะ" เข้าตรวจติดตามสถานประกอบการต่างๆ ให้เข้มงวดมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงและสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

สำนักการแพทย์ กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาล 4 เหล่าทัพ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ศึกษาแห่งประเทศไทย โดยประชุมหารือร่วมกัน เพื่อเตรียมรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการบริหารจัดการกรณีเกิดสถานการณ์แพร่ระบาด ปัจจุบันได้เตรียมพร้อมเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วย รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,471 เตียง รวมถึงเตรียมพร้อมห้อง ICU ความดันลบ และห้องแยกเดี่ยวความดันลบ และหอผู้ป่วยสำหรับดูแลผู้ป่วย โรคโควิด-19 ด้วย ขณะเดียวกันได้บริหารจัดการด้านยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรองรับกรณีเกิดการระบาดระลอกใหม่

สำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพฯ จะบริหารจัดการโดยศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ตลอดจนประสานกับสำนักอนามัยในการสอบสวนและคัดกรองโรค

นอกจากนั้นยังได้กำหนดมาตรการเข้มงวดในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรค โดยให้ส่วนราชการในสังกัด จัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง ทำความสะอาดอาคารสำนักงาน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ทุกวันอังคาร

อีกทั้งได้จัดประชุมโรงพยาบาลหลักทั้ง 9 แห่ง ในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมพร้อมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในกรณีมีการระบาดระลอก 2 โดยใช้ทีมปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐาน (BLS) และระดับสูง (ALS) ในการนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่เหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด