ตร.ยันรับมือม็อบทำตามยุทธวิธี ไม่ใช้กระสุน ใช้มาตรการกฎหมายควบคู่หลักนิติศาสตร์

18 พ.ย. 2563 เวลา 1:17 น.

ตร.ยันรับมือผู้ชุมนุมไม่ใช้กระสุนยางและกระสุนจริง มีเพียงฉีดน้ำกับก๊าซน้ำตา ยันทำตามมาตรการกฎหมายควบคู่หลักนิติศาสตร์ บาดเจ็บ 41 คน

ตร.ยันรับมือผู้ชุมนุมไม่ใช้กระสุนยางและกระสุนจริง มีเพียงฉีดน้ำกับก๊าซน้ำตา ยันทำตามมาตรการกฎหมายควบคู่หลักนิติศาสตร์ บาดเจ็บ 41 คน

 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.พร้อม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) แถลงสรุปลำดับเหตุการณ์และแนวทางการปฏิบัติของตำรวจต่อการชุมนุมของมวลชนเสื้อเหลืองและกลุ่มราษฎรที่รัฐสภา เกียกกาย ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา 

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตำรวจยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่วันนี้เป็นไปตามขั้นตอนและกฎหมาย ตั้งแต่การเตือนผู้ชุมนุมผ่านแกนนำและสื่อมวลชน พอเกิดการชุมนุมก็ตั้งแนวตามระยะทางการเดินของผู้ชุมนุม แต่มีการฝ่าแนวกั้น รื้อถอนทำลายรั้วหนามและแบริเออร์เข้าเขต 50 เมตรของรัฐสภา มีการใช้กำลังประทุษร้ายต่อตำรวจ มีผู้ปาพลุควัน พลุไฟเข้ามา จึงต้องฉีดน้ำเตือนตามมาตรการกฎหมาย แต่ผู้ชุมนุมไม่หยุดการกระทำ ตำรวจจึงใช้น้ำผสมสารเคมีฉีดเตือนผู้ชุมนุม ก่อนจะใช้ก๊าซน้ำตาชนิดขว้าง แล้วตำรวจก็ถอยร่นไปจนถึงหน้าประตูรัฐสภา

รอง ผบช.น. กล่าวยืนยันว่ามาตรการต่างๆ นั้นใช้ตามความจำเป็น เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายใหญ่โตในบ้านเมือง อะไรที่ไม่จำเป็นจะยังไม่ใช้ โดยเลือกใช้เฉพาะวิธีที่เหมาะสมกับการชุมนุมแต่ละครั้ง ยืนยันไม่มีการใช้กระสุนยางและกระสุนจริงไปปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้แน่นอน

เปิดภาพ #ม็อบ17พฤศจิกา กับความชุลมุนบริเวณ แยกเกียกกาย

 

 ทั้งนี้ จากเหตุดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บเป็นทั้งตำรวจและผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่าย และมีอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังตรวจสอบว่าบาดเจ็บจากการถูกกระสุนปืนยิงที่ถนนทหารจริงหรือไม่ จากเหตุชุลมุนรอบที่สองของกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรกับกลุ่มคนเสื้อเหลือง ซึ่งแพทย์กำลังตรวจรักษา คาดว่าจะเป็นกลุ่มวิ่งเข้าไปที่ชุมนุมวัดใหม่ทองเสน เพราะก่อนเกิดเหตุมีการเปิดเพลงยั่วยุระหว่างกลุ่มอาชีวะที่อาสามาเป็นการ์ดทั้งสองฝ่าย

 เมื่อถามว่าเหตุใดตำรวจไม่สกัดกั้นการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตำรวจพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะเนื่องจากเป็นคนกลาง พร้อมพยายามจัดผู้ชุมนุม 3 ฝ่ายอยู่ที่ถนนทหาร ส่วนคณะราษฎร อยู่ที่ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ยืนยันว่ายึดหลักนิติศาสตร์และยุทธศาสตร์ควบคู่กันไป โดยตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้นระหว่างมวลชน 2 ฝ่ายที่ถนนทหารตามที่ปรากฎตามสื่อไปแล้ว ส่วนคนที่บาดเจ็บนั้น หากใครมีพยานหลักฐานว่าถูกใครทำร้ายให้นำมามอบกับตำรวจเพื่อไปประกอบสำนวนได้ อีกทั้งที่เกิดเหตุก็มีกล้องวงจรปิด สำหรับความเสียหายทางทรัพย์สินราชการ เบื้องต้นมีรถตำรวจและทรัพย์สินกรุงเทพมหานคร เช่น รั้วเหล็กต่างๆ มีจำนวนมากพอสมควร ขณะเดียวกัน ก็กำลังตรวจสอบเหตุที่พบยาไอซ์และอุปกรณ์ยาเสพติดในรถตำรวจสน.บุคคโล เช่นกัน

รถควบคุมฝูงชน 3 คัน และรถน้ำของตำรวจ ถูกปล่อยลมยาง-พ่นสี

 

 ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า วันนี้มีการชุมนุม 4 กลุ่ม มี 3 กลุ่มแจ้งการชุมนุม มีกลุ่มเดียวที่ไม่แจ้งการชุมนุม และกลุ่มนี้พยายามฝ่าแนวกั้นตำรวจหน้าประตูทางเข้ารัฐสภา ถนนสามเสน ตำรวจจึงประสานและเจรจาต่อรองกับแกนนำเนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมเกินกว่าระยะ 50 เมตรตามกฎหมาย สุดท้ายเจรจาไม่เป็นผล มวลชนฝ่าแนวกั้นเข้ามา กระทั่งเวลา 14.17 น.ตำรวจจึงเริ่มใช้รถฉีดน้ำทั้งน้ำเปล่า น้ำผสมก๊าซน้ำตาสลับการเจรจาหลายครั้งเพื่อสั่งห้ามเข้าพื้นที่หรือทำลายสิ่งกีดกั้น มีการเผชิญหน้าเป็นระยะๆ อีกเหตุที่แยกเกียกกายในเวลาใกล้เคียงกัน ตำรวจได้ประกาศผ่านรถขยายเสียงแล้วไม่เป็นผล ผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นตำรวจ กระทั่งเวลา 15.13 น.ตำรวจจึงใช้รถฉีดน้ำยับยั้บไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่ควบคุม ก่อนจะเจรจาต่อรอง

  ต่อมาเมื่อเวลา 17.10 น.เกิดเหตุปะทะระหว่างมวลชนสองกลุ่มที่แยกเกียกกาย ซึ่งตำรวจได้ถอยร่นออกมา ก่อนเกิดการเผชิญหน้ากับมวลชนที่ประตูทางเข้ารัฐสภาเป็นระยะ จนเวลา 21.00 น. มวลชนกลุ่มราษฎรประกาศยุติการชุมนุม อย่างไรก็ตาม มีรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุมนุมในครั้งนี้ของศูนเอราวัณ เวลา 23.00 น. มียอดล่าสุดที่ รพ.วชิรพยาบาล 37 คน รพ.รามาฯ 1 คน รพ.พระรามเก้า 2 คน รพ.เพชรเวช 1 คน รวม 41 ราย

"อานนท์ นำภา" ประกาศนัดชุมนุมพรุ่งนี้ ที่สี่แยกราชประสงค์