เรื่องเล่าจากดำรง : โควิด-19 สมุทรสาคร และการลักลอบเข้าประเทศ

เรื่องเล่าจากดำรง : โควิด-19 สมุทรสาคร และการลักลอบเข้าประเทศ

ดำรง พุฒตาล แสดงความคิดเห็น กรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก ที่จังหวัดสมุทรสาคร

ดำรง พุฒตาล สื่อมวลชนอาวุโส และประธานและผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเมาไม่ขับ ได้แสดงความคิดเห็นกรณีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร ดังนี้

ผมมีคนที่รู้จักและสนิทสนมกันมาก อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร อยู่หลายคนเป็นเพื่อนที่เรียนหนังสือมาด้วยกันก็มี เป็นอดีต ส.ส.ก็มี ที่สำคัญเป็นนักธุรกิจใหญ่ทางด้านประมงระดับประเทศ ซึ่งมักจะได้พูดคุยกันในเรื่องการค้าอาหารทะเลอยู่เสมอๆ เพื่อนพ่อค้าคนนี้ ได้บอกมาด้วยความเจ็บปวดว่า วิกฤติโควิดในสมุทรสาครคราวนี้เขาเสียหายเป็น 100 ล้านบาท

เชื้อโควิด 19 ได้บุกเข้ามาในสมุทรสาคร นำเชื้อมาโดยตรงจากประเทศเมียนมา โดยคนเมียนมา ชาวสมุทรสาครบางระดับรู้ดีว่าพวกนี้ที่นำเชื้อมา ผ่านเส้นทางตามช่องทางธรรมชาติ หัวละ 10,000 บาท บริการจากช่องทางธรรมชาติส่งให้ถึงที่สมุทรสาครเลย

ผมคิดว่าราคา 10,000 บาทนี้ไม่แพงเลย เพราะจากชายแดนเมียนมา กว่าจะถึงสมุทรสาครนั้นจะต้องผ่านด่าน ไม่รู้กี่ด่าน เพื่อนบอกว่าก่อนมีโควิดราคาถูกกว่านี้

เรื่องเล่าจากดำรง : โควิด-19 สมุทรสาคร และการลักลอบเข้าประเทศ

เพื่อนผมอีกคนหนึ่งเป็นอดีตกำนันได้สร้างสนามบาสเกตบอลในเขตพื้นที่ของเขา เพื่อให้ลูกบ้านได้มาออกกำลังกาย และมีสันทนาการ ปรากฏว่าทุกเย็นแทบจะไม่มีเด็กไทยไปเล่นบาสเกตบอลในสนามนี้เลย เพราะจะมีแต่คนเมียนมาเท่านั้น ที่เล่นกันเต็มสนาม นี่ก็จะบอกได้ว่า จังหวัดสมุทรสาครมีคนดมียนมาอยู่กันมากมายเต็มเมืองขนาดไหน และมีความเป็นไปได้สูงว่าในอนาคต นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร อาจเป็นคนเมียนมา ก็ว่าได้

ในฐานะผมเป็นประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง "มูลนิธิเมาไม่ขับ" ขอเปรียบเทียบว่าเชื้อโควิด-19 นั้นเหมือนกับคนเมาแล้วออกไปขับรถ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เราจะปลอดภัยได้จากโควิด-19 คือเราและบ้านเมืองทุกภาคส่วน ต้องช่วยกันป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด

และในทำนองเดียวกัน เราจะปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ก็ต้องขจัดและช่วยกันทุกองคาพยพ ไม่ให้คนเมาออกมาขับรถนั้นเอง

เรื่องเล่าจากดำรง : โควิด-19 สมุทรสาคร และการลักลอบเข้าประเทศ

ในตอนที่โรคเอดส์ HIV ระบาดไปทั่วโลก ผมก็ไม่ได้กังวลว่าตัวเองจะติดเชื้อนี้ เพราะถ้าเราไม่ไปสำส่อนทางเพศผมก็ไม่มีทางจะได้รับหรือต้องตายด้วยเชื้อ HIV นี้ ในทางตรงกันข้ามผมอาจจะถูกคนเมาขับรถชนผมตาย ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ดื่มเหล้าแม้แต่หยดเดียว หรือถ้าผมเดินอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร แต่ผมบังเอิญไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย ผมก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับเชื้อโควิดและอาจป่วยตายได้

อีกไม่กี่วันก็จะถึง "7วัน อันตรายบนท้องถนน " จากการเดินทางของคนไทยไปฉลองปีใหม่ในต่างจังหวัด ปีก่อนๆ มูลนิธิเมาไม่ขับ ของเรา ก็ช่วยกันโหมประชาสัมพันธ์เตือนสติคนไทยไม่ให้เมาแล้วขับรถ แต่ปีนี้เราจำเป็นจะต้องมีจิตสำนึกร่วมกันให้รู้จักป้องกันตัวเองที่จะไม่ให้ได้รับเชื้อจากโควิด-19

ปีใหม่ปีนี้กร่อยครับ แต่อย่างไรก็ตามขอสวัสดีปีใหม่จากกรุงเทพฯ

related