ธรรมะ กับ โควิด 19 กับ หลวงพ่อไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต

22 เม.ย. 2563 เวลา 10:24 น. 18

หลวงพ่อไพศาล วิสาโล แนะการใช้ ธรรมะ กับ โควิด 19 ในช่วงที่โรคระบาดทำให้คนมากมายตกอยู่ในความวิตกกังวล หวาดระแวง กลัว หรืออารมณ์อื่นๆ เกิดขึ้นมากมาย เมื่อเสพข่าวสารมากเข้า บวกกับต้องเว้นระยะห่างทางสังคม และยังมีปัญหาปากท้อง

ธรรมะ กับ โควิด 19 จากคำสอนของ หลวงพ่อไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต ที่จะมาช่วยเตือนสติ โดยเฉพาะเมื่อพบว่าตนเองป่วยเป็นโควิด 19 จะทำอย่างไร

หลวงพ่อไพศาล วิสาโล กล่าวว่า อย่างแรกสุดเลยคือ ต้องเช็กให้แน่ใจเสียก่อนว่าตนเองป่วยเป็นโควิด 19 จริงหรือไม่ เพราะบางคนอาการอาจมีเพียง ไอ เป็นไข้ นั่นไม่ได้แปลว่าป่วยเป็นโรคโควิดแล้ว

ถ้าจะให้แน่ใจก็ต้องไปตรวจหาเชื้อ หากผลตรวจออกมาเป็นบวก ก็เป็นที่แน่นอนว่าได้รับเชื้อตัวนี้เข้าไปแล้ว ฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรก คือ การตั้งสติ โดยไม่ตื่นตระหนก ตกใจ หรือ กลัวจนทำสิ่งใดไม่ถูก อย่าปล่อยให้ความกลัว ความตกใจมาครองจิตครองใจเรานาน ผลเสียจะยิ่งหนักกว่าเชื้อไวรัสเสียอีก ทำให้เรากินไม่ได้นอนไม่หลับ อาจถึงขั้นหมดอาลัยกับชีวิต

ธรรมะ กับ โควิด 19 กับ หลวงพ่อไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต

หลายคนยังไม่ได้ป่วยด้วยโรคนี้เลย แต่เกิดมีอาการป่วย เมื่อร่างกายแย่ ยิ่งจิตใจแย่ก็ยิ่งทรุดไปด้วย เพราะ ความกลัวเป็นตัวซ้ำเติม ป่วยกายไม่พอ จะป่วยใจตามมา ความทุกข์บางทีคูณสองคูณสามเลยทีเดียว ถ้าปล่อยให้ความกลัวครอบงำใจ

มีงานวิจัยพบว่า คนที่กลัวเข็มฉีดยา ถ้าโดนเข็มฉีดยาทิ่ม จะรู้สึกเจ็บเป็นสามเท่าของคนที่ไม่กลัว คนที่ไม่กลัวจะเจ็บเพียงหนึ่งส่วน คนกลัวเจ็บจะรู้สึกเจ็บถึงสามส่วน สองส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเพราะความกลัว นี่จึงเรียกว่า ทุกข์คูณสาม กลัวเพราะไม่มีสติ

โควิด 19 ตอนนี้ 80 เปอร์เซ็นต์ มีอาการเล็กน้อย หลายคนไม่มีอาการอะไร ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าตนเองเป็น แต่จำนวนไม่น้อยเช่นกันที่มีอาการ เช่น ไข้ ปวดหัว ตัวร้อน ไอ จาม รักษาตัวที่บ้านได้ มีเพียงแค่ 15 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องไปรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนอีก 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ป่วยหนักที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียู และในเคสผู้ป่วยหนักมีเพียง 1-2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เสียชีวิต ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบแล้วยังดีกว่าโรคมะเร็งเยอะ

ฉะนั้น เมื่อแน่ใจว่าตนเองป่วยเป็นโควิด 19 ก็อย่าพึ่งตื่นตระหนก ให้ตั้งสติให้ดี เป็นธรรมดาที่จะมีความกลัว ความตื่นตระหนก ให้มีสติรู้ทันมัน เมื่อมีสติแล้วยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ แล้วใจมันจะสงบลง

อะไรที่มันเกิดขึ้นแล้ว อย่างแรกที่ต้องทำ คือ ยอมรับมันให้ได้ หากไม่ยอมรับ นอกจากสถานการณ์จะไม่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว มันจะซ้ำเติมให้เราทุกข์มากกว่าเดิมด้วย การบ่น ตีโพยตีพายไป ปัญหาก็ไม่ได้หายไปไหน โรคก็ยังคงอยู่ ป่วยการที่จะโอดครวญว่า ทำไมต้องเป็นฉันๆๆ ปัจจุบันคนที่เป็นโรคโควิด 19 ตอนนี้ทั่วโลกเกินกว่าสองล้านคนไปแล้วในเวลาแค่เพียง 2 เดือนเท่านั้น ทุกคนมีสิทธิ์เป็นโรคนี้ได้ โดยเฉพาะหากประมาทหรือพลั้งเผลอ

ธรรมะ กับ โควิด 19 กับ หลวงพ่อไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต

เมื่อทำกิจของร่างกายแล้ว ให้ทำกิจของจิตด้วย หาอะไรทำบ้าง อย่าอยู่ว่างๆ แม้ว่าจะต้องกักตัวอยู่คนเดียวในบ้าน แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย อยู่ว่างๆ ใจเมื่อมันว่าง ก็จะฟุ้ง ปรุงแต่งสารพัด พาให้จมในความทุกข์ จมกับความวิตกกังวล ความเครียด ซึ่งส่วนใหญ่จะปรุงแต่งไปในทางลบที่ทำให้ใจเสียมากขึ้น

การหากิจกรรมทำ จะทำให้ใจไม่ฟุ้งซ่าน เช่น ทำงานบ้าน เก็บข้าวของเท่าที่กำลังทำได้ วาดรูปผ่อนคลายจิตใจ หรือ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม อาทิ เย็บหน้ากากอนามัยส่งให้ผู้ขาดแคลน จัดหาอาหารส่งให้ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก สามารถทำได้ในระหว่างที่เราเก็บตัวอยู่ที่บ้าน

การช่วยเหลือผู้อื่น ให้ความสุขกับผู้อื่น เราก็เหมือนกับให้ความสุขกับตัวเราเองกลับคืนมาเช่นกัน นอกจากรักษากายแล้วให้รักษาใจ ให้สังเกตทุกขเวทนาที่เกิดขึ้น เวลามีความเจ็บ ความปวด ใจเป็นอย่างไร เครียด กังวล วิตก ให้สังเกตอย่างมีสติ รู้ทัน อย่าให้ความรู้สึกด้านอารมณ์เหล่านี้มาเล่นงานจิตได้

เมื่อเราปวด เรามักไปจดจ่ออยู่ตรงนั้น จมอยู่กับความปวด ซึ่งทำให้ทุกข์กายทุกข์ใจมากขึ้น จนเกิดเป็นโทสะ ความโกรธ ความหงุดหงิด มาเล่นงานจิตใจ แม้กายป่วย แต่หากใจเราปกติ ด้วยมีสติที่ดีพอ ก็จะรับมือกับเวทนาได้ ให้เห็นความปวดแต่อย่าเป็นผู้ปวด เห็นแต่อย่าเข้าไปเป็น เห็นความโกรธอย่าเป็นผู้โกรธ เมื่อมีสติรู้เท่าทัน อารมณ์พวกนี้มันก็จะหายทันที แต่เผลอเมื่อไหร่ก็จะกลับมาอีก อันนี้จึงต้องฝึก

หากสติยังไม่ดีพอ ใช้สมาธิก็ได้ คือ ตรงไหนที่ปวดก็อย่าไปสนใจมัน ให้ใจไปจดจ่อกับสิ่งอื่นแทน เช่น ลมหายใจ หายใจเข้าก็รู้สึก หายใจออกก็รู้สึก บางคนก็อาจถนัดดูการยุบพองของท้อง หรือเอาใจมาเป็นสมาธิจดจ่ออยู่กับมือที่มันเคลื่อนไหวไปมา พลิกมือ กำแล้วแบมือ แล้วบริกรรมพุทโธ หรือ สวดมนต์ อย่างนั้นก็ได้ เป็นการกำกับจิตไม่ให้อยู่กับความปวด

ธรรมะ กับ โควิด 19 กับ หลวงพ่อไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต

การสวดมนต์ นอกจากจะให้สมาธิแล้ว ยังให้ศรัทธาอีกด้วย จากการได้รับรู้ความหมายของบทที่เราสวดแปล ศรัทธานี้มีอานิสงส์ทำให้เกิดปราโมทย์ ความเบิกบานใจ ทำให้เกิดความปีติ อิ่มเอิบใจ จะมีสารบางตัวหลั่งออกมา ทำให้ความปวดทุเลาได้ น้อมนำใจให้เป็นกุศล เมตตาแผ่ให้คนที่มีความทุกข์เฉกเช่นเดียวกันกับเรา ใช้เมตตานี้ดับความโกรธในใจเรา

สร้างกำลังใจให้ตัวเองโดยให้ลองมองในแง่บวกว่า ป่วยตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน ดีตรงที่ หมอและพยาบาลยังงานไม่ล้นมือ เตียงยังพอว่างอยู่บ้าง หากป่วยหลังจากนี้อาจจะไม่มีเตียงอย่างที่เกิดในต่างประเทศก็ได้ ทุกอย่างขาดแคลนไปหมด เมืองไทยตอนนี้ยังดีที่ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น

หลวงพ่อไพศาล กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญคือ การรู้จักอยู่กับตนเองให้ได้ หากเรารู้จักเป็นมิตรกับตนเอง เราเกิดมาคนเดียว เวลาตายก็ตายคนเดียว เวลาป่วยแม้จะมีคนห่วงใยเรา เขาก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์เหมือนเรา จะไปหวังพึ่งพาเขาล้วนๆ ไม่ได้ ต้องรู้จักที่จะพึ่งพาตัวเอง ใช้ธรรมะที่มี สติ สมาธิ ศรัทธา เมตตา รวมถึงปัญญาด้วย

ใช้โอกาสนี้พิจารณาความเจ็บปวดที่มาสอนให้เราเห็นว่า ไม่มีอะไรที่เที่ยงแท้แน่นอนเลย สอนให้เราเห็นว่าร่างกายเต็มไปด้วยทุกข์ อาจเป็นเพราะเราไปหลงติดสุขจากร่างกาย เราจึงทำใจได้ยาก หากเราทำใจได้รู้ว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง เป็นสัจธรรมแห่งชีวิต ใจที่ปกติจะช่วยกอบกู้ร่างกายกลับมาเป็นปกติได้

ขอขอบคุณ Zen Sukatao

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด