กรมสุขภาพจิต แนะนำวิธีการดูแล สุขภาพจิตของคนไทย และบุคลากรทางการแพทย์

กรมสุขภาพจิต แนะนำวิธีการดูแล สุขภาพจิตของคนไทย และบุคลากรทางการแพทย์

กรมสุขภาพจิต แนะนำวิธีการดูแล สุขภาพจิตของคนไทย และบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมเปิดตัวความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ในการสื่อสารพร้อมรับมือสถานการณ์คลื่นลูกที่ 4 ในสังคมไทย

​กรมสุขภาพจิต ระบุ ต้องมีการติดตาม ดูแลสุขภาพจิตของคนไทย เนื่องจากการระบาดของโควิด 19 ทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวล เครียด กลัว เศร้า

การได้รับความช่วยเหลือทางด้านจิตใจอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้สามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจได้ดี และลดผลกระทบด้านสุขภาพจิตในระยะยาว ขณะเดียวกันหากรู้สึกหมดพลัง เครียดไปต่อไม่ไหวอย่าเก็บไว้คนเดียว ขอให้หาคนปรึกษา หรือใช้บริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323

กรมสุขภาพจิต แนะนำวิธีการดูแล สุขภาพจิตของคนไทย และบุคลากรทางการแพทย์

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากผลกระทบจากสถานการณ์ในแต่ละช่วง เปรียบเทียบกับคลื่นทั้ง 4 ลูก โดย

คลื่นลูกแรก คือการสูญเสียจากการระบาดของโควิดในช่วงแรก

คลื่นลูกที่สอง คือผลกระทบตามมาจากการขาดแคลนทรัพยากรและความช่วยเหลือเพียงพอ

คลื่นลูกที่สาม คือผลกระทบต่อการดูแลผู้ที่มีความเปราะบางในสังคมและกลุ่มโรคเรื้อรัง

ส่วนคลื่นลูกสุดท้ายหรือลูกที่สี่ คือ ความสูญเสียมากและมีระยะได้รับผลกระทบที่ยาวนาน ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ ปัญหาด้านสุขภาพจิต ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และภาวะหมดไฟ

โดยส่งผลต่อประชากรทั้ง4 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ติดเชื้อผู้ถูกกักกัน กลุ่มผู้เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มประชาชน

กรมสุขภาพจิตได้ใช้สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ในการดูแลประชาชนเป็นหลัก ซึ่งในเดือนมีนาคม มีผู้โทรมาปรึกษาเรื่องความเครียดจากโควิดมากขึ้นเป็น 600 ราย และในช่วงกลางเดือนเมษายน มีถึง 315 รายแล้ว จึงคาดการณ์ว่าสิ้นเดือนนี้จะมีคนมาปรึกษาไม่ต่ำกว่า 630 ราย

สถิติพบว่า กว่าครึ่งเป็นการปรึกษาความเครียดวิตกกังวล และเป็นผู้ป่วยจิตเวชเดิมประมาณราวร้อยละ 38

ที่ผ่านมา สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้เพิ่มคู่สายไปแล้วเป็นสองเท่า จาก 10 คู่สายเป็น 20 คู่สาย และเปิดสายด่วนสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อดูแลจิตใจบุคลากร ถึง 41 เลขหมาย รวมถึงการส่งต่อทีม MCATT ในพื้นที่

กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาแนวทางเพื่อให้บุคลากรในพื้นที่สามารถทำงาน เน้นการแนะนำสถานพยาบาลในการช่วยเหลือบุคลากรตามหลัก 4 สร้าง 2 ใช้ คือ ต้องสร้างให้บุคลากรรู้สึกปลอดภัย สร้างความสงบ สร้างความหวัง สร้างความเข้าใจและเห็นใจ ใช้ศักยภาพขององค์กรให้เต็มที่ และใช้สายสัมพันธ์สร้างความเข้มแข็งให้บุคลากร

ในส่วนของประชาชน กรมสุขภาพจิตใช้หลักการณ์คล้ายคลึงกัน คือ สร้างความปลอดภัยให้ตนเอง ครอบครัว และชุมชน สร้างความสงบ ทำจิตให้สงบ ไม่รับฟังข่าวลวงข่าวปลอม สร้างความหวัง ไม่ย่อท้อในการต่อสู้กับโรคโควิด และแก้ปัญหาโดยใช้สติ สร้างความเห็นใจ ไม่รังเกียจ พยายามทำความเข้าใจ ช่วยกันรับมือ ใช้พลังของตัวเองให้เต็มศักยภาพมากที่สุดในการป้องกันโรค ใช้สายสัมพันธ์สร้างความแข็งแกร่งแบ่งปันพลังจากตัวเราออกไปสู่คนรอบข้างและชุมชน

กรมสุขภาพจิตยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคประชาชน จัดกิจกรรมออนไลน์ด้านสุขภาพจิตเป็นครั้งแรก ความยาว 8 ชั่วโมง ผ่านทางช่องทางต่างทั้งเพจกรมสุขภาพจิต และอื่นๆ มีทั้งเนื้อหาสาระความรู้ การลงพื้นที่ไปดูการทำงานของ อสม และ รพสต  สลับกับดนตรีและบันเทิง และการกุศลเพื่อช่วยเหลือฮีโร่ด่านหน้า

กิจกรรมครั้งนี้ จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 เมษายนนี้ เวลา 10.00–18.00 น. และจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนทั่วไปได้รับชม ซึ่งความร่วมมือกับบริษัทโรซ่า และเดอะวอยซ์ จัด กิจกรรม “เดอะ ดูเอท ใจไม่ป่วย ความสุขสร้างได้” ทุกสัปดาห์ผ่านทางเพจของเดอะวอยซ์ กรมสุขภาพจิต สสส. และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำเพจบ้านพลังใจ และรายการโทรทัศน์ บ้านพลังใจ ทุกวันเสาร์ เวลา 21.10 -22.00 ทางช่องไทยพีบีเอส ขอให้ประชาชนติดตามความรู้และความบันเทิงดีดีจากกรมสุขภาพจิตถึงประชาชน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวทิ้งท้ายว่า สุดท้าย ขอฝากถึงบุคลากรด่านหน้าทุกคน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ รพ.สต. และพี่น้องอสม./อสส.ทุกท่าน ที่กำลังทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย ขอให้มีสุขภาพกายที่แข็งแรง มีพลังใจที่เข้มแข็ง อยู่เคียงข้างเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนของเราต่อไป “ท่านคือคนด่านหน้า ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้สำหรับคนข้างหลัง”

related