แชท คลายทุกข์ Line@ d-chat ให้คำปรึกษาผู้ถูกกักตัว 14 วัน

แชท คลายทุกข์ Line@ d-chat ให้คำปรึกษาผู้ถูกกักตัว 14 วัน

เสถียรธรรมสถาน จับมือ กรมสุขภาพจิต นำบริการให้การปรึกษาเพื่อคลายทุกข์ ด้วยการแชทผ่านไลน์ Line@ d-chat พร้อมให้บริการใน State Quarantine ที่มีอยู่ทั่วประเทศ

แชท คลายทุกข์ Line@ d-chat กรมสุขภาพจิต รับหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อแจ้งบริการให้ผู้เข้ารับการกักกันตัวได้ทราบ และเสถียรธรรมสถานจะเป็นผู้จัดเตรียมอาสาสมัครให้บริการผ่านการแชททางแพลทฟอร์มไลน์ จึงเป็นบริการที่สะดวก และไม่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าไปทำนัด เพื่อขอรับการบริการได้เพียงเข้าไปที่ line@ d-chat แอดมินจะทำการนัดหมายล่วงหน้า เพื่อส่งต่อให้อาสาสมัครที่ผ่านการอบรมการให้การปรึกษาเบื้องต้นในแบบเพื่อนช่วยเพื่อน

ระบบให้คำปรึกษาเพื่อคลายทุกข์นี้ จะให้คำปรึกษาเป็นเวลา 45 นาทีต่อคน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับบริการ Line@d-chat โดยอาสาสมัครเสถียรธรรมสถาน เปิดบริการมาเป็นปีที่สองแล้ว มีผู้เข้ารับบริการแล้วหลายพันราย

เเพทย์หญิง มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กล่าวถึง การดูแลสุขภาพจิตในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทำให้เกิดความเครียดกังวล การปรับตัวกับวิถีชีวิตใหม่ที่ไม่คุ้นเคย และข้อจำกัดในการทำงานและอาชีพ เกิดความไม่มั่นคงทั้งทางสังคม และเศรษฐกิจหนักยิ่งขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มที่ถูกกักกันแยกโรค และผู้ติดเชื้ออยู่ในความเครียด ความหวาดกลัว สะสมกลายเป็นความท้อแท้ใจที่นำมาสู่ภาวะซึมเศร้า และการฆ่าตัวตายได้ ส่วนผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์เองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จากภาระงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งการป้องกันและการให้บริการผู้ติดเชื้อ ความเสี่ยงที่เพิ่มในฐานะด่านหน้าที่ต้องเผชิญกับโรคโควิด-19 ก่อให้เกิดความเครียด  ความเหนื่อยล้าต่อบุคลากรมากยิ่งขึ้น

จากผลการสำรวจสุขภาพจิตในช่วงภาวะวิกฤตโควิด-19 ของกรมสุขภาพจิต โดยการสุ่มตัวอย่างผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศตามเขตสุขภาพ ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 12-18 มีนาคม 2563 จำนวน 605 คน และครั้งที่ 2 จำนวน 578 คน ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม - 5 เมษายน 2563 พบว่า ในระยะเวลาสองสัปดาห์ผ่านไประดับความเครียดของบุคลากรเพิ่มขึ้น

  • ความเครียดระดับปานกลางเพิ่มขึ้นจาก 24 เปอร์เซ็นต์ เป็น 34.8 เปอร์เซ็นต์
  • ความเครียดระดับมากและมากที่สุดเพิ่มขึ้นจาก 6.4 เปอร์เซ็นต์ เป็น 7.9 เปอร์เซ็นต์

แชท คลายทุกข์

ความเครียดและความรู้สึกด้านลบที่เกิดขึ้นพบได้ในทุกประเทศที่มีการระบาด และไม่ใช่ตัวบ่งบอกถึงความอ่อนแอหรือเป็นภาพสะท้อนว่าบุคลากรเหล่านั้นไม่สามารถทำงานได้ แต่ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้การบริหารจัดการความเครียดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเสริมสร้างความแข็งแรงทางร่างกาย

พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการประสานความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตในการดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตกลุ่มเสี่ยงที่เป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์นั้นได้ทำการประเมิน จำนวน 142 คน พบว่า มีความเครียดมากจำนวน 2 คน เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า จำนวน 5 คน มีภาวะเหนื่อยล้าหมดไฟ จำนวน 36 คน คิดเป็น 25.35 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้จึงได้ใช้มาตรการเชิงรุก โดยร่วมดำเนินตามแผนฟื้นฟูสุขภาพจิต อันได้แก่การจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเสี่ยงเพื่อเฝ้าระวังสุขภาพจิตและการคัดกรองสุขภาพจิตเชิงรุก เขตกรุงเทพมหานคร ร่วมรณรงค์และเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตรณรงค์คัดกรองสุขภาพจิตเชิงรุกประชาชน รวมถึงการติดตามเยี่ยมประเมินสุขภาพจิต การดูแลเยียวยาจิตใจกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อและญาติ และการบูรณาการพัฒนาสุขภาพจิตชุมชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

กรมสุขภาพจิตร่วมกับกรุงเทพมหานคร ได้พยายามค้นหาแนวทางการฟื้นฟูจิตใจให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 โดยใช้แหล่งทรัพยากรที่มีในพื้นที่ จึงดำเนินการร่วมกับเสถียรธรรมสถาน โดยแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ใช้แนวทางการเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจฯ ด้วยหลักสูตร “ศิลปะการใช้ชีวิตด้วยลมหายใจแห่งสติ” เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ มีพลังและความหวังที่จะฝ่าข้ามวิกฤตไปได้อย่างมีความสุข และพัฒนาเป็นหลักสูตรต้นแบบในการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไป

แชท คลายทุกข์

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้กล่าวถึงการร่วมมือในครั้งนี้ว่า อยากให้ทางเสถียรธรรมสถานได้มีส่วนที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการบำบัดทางจิตวิญญาณ (spiritual therapy) แก่บุคลากรที่เสียสละทำงานเพื่อผู้ป่วยในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ขึ้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในโลกก็ว่าได้ ที่ประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลด้านจิตใจด้วยการจัดโปรแกรมอบรมแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเครียดสะสมจากการทำงานในช่วงสถานการณ์วิกฤต ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวคิดและหลักการในการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีสำหรับตนเอง และเพื่อพัฒนาบุคลากรของกรมสุขภาพจิตให้เป็นผู้นำทางปัญญาในการพัฒนาชีวิตให้มีความสุขด้วยสติและสุข 3 ขั้น โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาต่อเนื่องเป็นหลักสูตรต้นแบบในการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไปโดยไม่จำกัดศาสนาด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์ของเสถียรธรรมสถาน การอบรม “ศิลปะการใช้ชีวิตด้วยลมหายใจแห่งสติ” สำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ครั้งนี้ใช้ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน โดยเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มาจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่ให้บริการแก่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 และหน่วยงานของกรมสุขภาพจิต รวมจำนวน 50 คน

สำหรับประชาชนทั่วไป เสถียรธรรมสถานได้ร่วมให้การดูแลด้านจิตใจแก่ประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและต้องเข้ารับการกักตัว 14 วัน ในสถานกักตัวของรัฐ โดยเข้าร่วมกับทีมสหวิชาชีพกรมสุขภาพจิตในการให้การปรึกษา แชท คลายทุกข์ เพิ่มช่องทาง Line@ d-Chat สำหรับประชาชนที่ประสบภาวะเครียด สามารถส่งข้อความทางไลน์เข้ามาเพื่อขอรับการปรึกษาจากจิตอาสาซึ่งมีประสบการณ์และทักษะในการให้การปรึกษาด้านจิตใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

 

related