
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศอนุรักษ์นิยมรุนแรงและเป็นประเทศเดียวในโลกที่ห้ามผู้หญิงขับรถยนต์ ด้วยกฎข้อห้ามนี้ทำให้ซาอุดิอาระเบียกลายเป็นประเทศที่มีภาพลักษณ์ในทางลบต่อสายตาชาวโลกที่ยังมีคำสั่งเช่นนี้อยู่ และหากหญิงซาอุฯคนใดฝ่าฝืนก็จะถูกจับกุม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีจึงพยายามเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการยกเลิกคำสั่งห้ามนี้ ล่าสุดการผลักดันนี้ประสบความสำเร็จแล้วเมื่อซาอุดิอาระเบียประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามผู้หญิงขับรถ
การยกเลิกกฎข้อห้ามครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเพราะส่วนหนึ่งมาจากองค์มกุฏราชกุมาร เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน พระองค์ทรงต้องการเห็นการปฏิรูป ปรับปรุงภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะที่ผ่านมาซาอุดิอาระเบียถูกร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้การอนุญาตให้ผู้หญิงขับรถจะต้องถูกตีเป็นพระราชกฤษฎีกาก่อน เพื่อให้มีผลตามกฎหมายจราจร ที่รวมถึงการออกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ให้กับผู้หญิง ซึ่งจะพร้อมบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีหน้าเป็นต้นไป (ชมคลิปสัมภาษณ์หญิงซาอุฯในตอนท้ายที่ถึงกับพูดว่า "อยากขับรถแล้ว แทบรอไม่ไหวแล้ว")
แม้กฎข้อห้ามผู้หญิงขับรถจะถูกยกเลิก แต่ยังมีกฎอีก 5 ข้อที่ผู้หญิงชาวซาอุฯห้ามทำ ห้ามฝ่าฝืนโดยเด็ดขาด ได้แก่...
1.ห้ามผู้หญิงเดินทาง (ไปไหนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ชาย อาทิ พ่อหรือสามี นั่นคือต้องขออนุญาตพ่อหรือสามีก่อนจะไปไหนมาไหนทุกครั้ง
2.ไม่อนุญาตให้แต่งตัวเพื่อความสวยงาม และจะต้องมีผ้าคลุมศีรษะและร่างกายขณะอยู่ในที่สาธารณะ (เป็นกฎหมายของซาอุดิอาระเบีย)
3.จำกัดเวลาในการติดต่อสื่อสารกับชายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องผูกพันธ์ นั่นคือ หลีกเลี่ยงการสนทนาติดต่อสื่อสารกับชายที่ไม่ใช่ญาติหรือสามี
4.หญิงซาอุฯไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดบัญชีธนาคาร แต่จะเปิดบัญชีได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากสามีแล้วเท่านั้น
5.ห้ามรับประทานอาหารแบบเปิดเผยในที่สาธารณะ และต้องรับประทานอาหารขณะมีผ้าคลุมศีรษะและใบหน้าเท่านั้น
และนอกจากคำสั่งอนุญาตให้ผู้หญิงขับรถได้แล้ว เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน องค์มกุฏราชกุมาร ยังทรงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าสนามกีฬาในกรุงริยาดได้ เพื่อร่วมชมงานฉลองวันชาติที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งแต่เดิมนั้นจะอนุญาตให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่ได้เข้ามาในสนามกีฬา
ชมคลิปสัมภาษณ์หญิงซาอุฯโดยผู้สื่อข่าว CNN เบ็คกี้ แอนเดอร์สัน สัมภาษณ์ "โคลูธ อัทธา นักธุรกิจหญิงชาวซาอุฯ" ที่ถึงกับพูดว่า "อยากขับรถแล้ว แทบรอไม่ไหวแล้ว"
นักข่าว - ฉันดีใจมากที่ได้พบคุณ โคลูธ
โคลูธ - ขอบคุณที่มาพบพวกเราเช่นกันค่ะ
นักข่าว - เอาล่ะ ขึ้นรถกันดีกว่า โคลูธ เราอยู่เบาะหลังของรถยนต์ของคุณ
โคลูธ - วันที่ 7 กรกฎาคมปีหน้า ฉันแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว
นักข่าว - คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง
โคลูธ - ฉันไม่ได้นอนเลย เพราะตื่นเต้นมาก ฉันคิดว่า หญิงชาวซาอุดิอาระเบียส่วนใหญ่ก็ไม่ได้นอนเช่นกันหลังทราบข่าว
นักข่าว - การยกเลิกคำสั่งห้ามผู้หญิงขับรถ มีความหมายกับคุณยังไง
โคลูธ - ฟังไปมันก็เหมือน การพูดให้ดูดีว่า...ในที่สุดผู้หญิงซาอุดีอาระเบีย จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
นักข่าว - ฉันได้พูดคุยกับผู้คนที่บอกว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งจำเป็น พวกเขายินดีกับแนวคิด Vision 2030 ของรัฐบาล แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็มองว่า การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วไป คุณคิดว่ายังไง
โคลูธ - ฉันเห็นด้วยว่า ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็ว แต่ฉันยินดีกับมัน ฉันมองว่ามันเหมือนพลาสเตอร์ยา หากคุณติดมันช้าเกิดไป แผลจะยิ่งเจ็บนานขึ้นเท่านั้น หากเปลี่ยนช้าไป ผู้คนจะปรับตัวกับมันได้ยาก ฉันคิดว่าข้อเท็จจริงว่า ผู้คนตระหนักถึงความตระหนักรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็นนั้น ก็เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก และคนที่ไม่ยอมเดินต่อไปข้างหน้า ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
นักข่าว - แล้วค่าจ้างคนขับรถ คุณต้องเสียเท่าไหร่ต่อเดือน
โคลูธ - ประมาณ 2,000 ไรยัล หรือ 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ
นักข่าว - แล้วคุณจ่ายเงินเดือนให้พนักงานเท่าไหร่
โคลูธ - ประมาณ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
นักข่าว - เรากำลังพูดถึงเงิน 30 เปอร์เซ็นต์ ที่คุณหาได้ในฐานะผู้หญิงที่ทำธุรกิจ แล้วต้องเอาไปจ่ายคนขับรถ ดังนั้น มันเป็นเรื่องสมเหตุสมผลกว่า ที่จะให้ผู้หญิงขับรถเอง
โคลูธ - ผู้คนจำนวนมากมองว่า คุณมีอภิสิทธิ์ที่มีคนขับรถ บางครั้งฉันก็ให้พี่ชายหรือพ่อ มาช่วยขับรถให้ ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ไม่ถือว่าเป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ไม่ใช่ไม่เป็นปัญหา เพราะมันหมายความว่า คุณต้องให้ผู้ชายอีกคน ทำงานหนักขึ้น 2 เท่า จ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น 2 เท่า เพื่อขับรถให้คุณ บางคนอาจมองเป็นปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่เลย