ข่าว

ทางหลวงเข้มความปลอดภัย-อำนวยความสะดวกช่วงสงกรานต์

การเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ดูเหมือนจะคึกคักตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และปีนี้รัฐบาลมอบนโยบายให้เข้มงวดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย การดูแลประชาชนที่เดินทางกลับในเทศกาลนี้ให้สะดวก และปลอดภัย ทำอย่างไร พูดคุยกับ พันตำรวจเอกเอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง

มาตรการอำนวยความสะดวกจราจรช่วงหยุดยาววันสงกรานต์ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไปจนถึงวันที่ 21 จะมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. งานบริการผู้ใช้รถ จะจัดจุดพักรถตามเส้นทางหลักต่างๆ และบริเวณปั๊มน้ำมัน รวม 201 จุด บริการห้องน้ำห้องพักผ่อนและเครื่องดื่มกาแฟฟรี ให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมบริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ร่วมกันกับอาชีวะอาสาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

2. การจัดระเบียบจราจรให้รถเคลื่อนได้อย่างคล่องตัวไม่เกิดรถติดสะสมตามแต่ละเส้นทาง เช่น บริเวณถนนพระราม2 จะวางแนวกั้นรถบางส่วนไม่ให้เกิดจุดคอขวดทำให้รถติดสะสม รวมถึงเปิดช่องทางรถสวนเพื่อบรรเทาจราจรบนถนนพหลโยธินช่วง กม.ที่80 เนื่องจากยังคืนพื้นที่ซ่อมเสร็จไม่แล้วเสร็จ

ซึ่งกรมทางหลวงได้แนะนำเส้นทางเลี่ยงจราจรใน 4 ภาค บนเว็บไซต์ตามที่ปรากฎ http://www.doh.go.th/content/page/page/8073 ซึ่งในปีนี้จะเน้นการเดินทางขึ้นเหนือเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ภาครัฐยังสั่งห้ามไม่ให้รถบรรทุก 10 ล้อวิ่งบน 4 เส้นทางได้แก่ จ.นครสวรรค์ทั้งขาขึ้นขาล่อง ถนนมิตรภาพ ทางหลวง304 และ348 เนื่องจากเป็นทางลาดชันซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้

นอกจากนี้ ยังแนะให้ผู้ที่เดินทางจากฝั่งตะวันออก หรือ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เลี่ยงเส้นทางต่างระดับบางปะอิน โดยเลี้ยวที่แยกคลองหลวง ซึ่งจะผ่านวัดพระธรรมกายและ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต มุ่งหน้าเข้าทางหลวงสาย 347 ไปยัง อ.บางปะหัน ส่วนผู้ที่จะมุ่งหน้าอีสาน หากใช้ถนนสายมิตรภาพอาจเจอรถติดยาว แนะให้ตรงเข้า 3 แยกพุแคเข้าทางหลวงสาย 21 (พุแค-หล่มสัก) เลี้ยวขวาแยกม่วงค่อม และเข้าทางหลวงเส้น 205 เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดในอีสานใต้

ทั้งนี้ขอแนะนำให้ประชาชนที่จะเดินทางขึ้นเหนือในวันที่ 12 เมษายนนี้ เดินทางก่อน 6โมงเช้า หรือหลัง 11 โมงเป็นต้นไป เพื่อเลี่ยงเวลาที่ผู้คนนิยมออกเดินทาง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปภาคอีสาน ควรเริ่มเดินทางตั้งแต่ช่วงเย็นถึงดึกของวันที่ 11 เมษายน 3. มาตรการ 111 เส้นทางป้องกันอุบัติเหตุ กรมทางหลวงร่วมกับตำรวจทางหลวงและสถานีตำรวจภูธรแต่ละท้องที่ ให้ตัดกิ่งไม้ต้นไม้ที่กีดขวางป้ายบอกทางพร้อมทำความสะอาดป้ายให้ชัดเจน ลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุ ทั้งนี้ยังสั่งการให้ตำรวจเป็นผู้กดสัญญาณไฟจราจรด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะเน้นกวดขันเส้นทางหลักมากกว่าเส้นทางรอง ตามเกณฑ์ 5 ข้อ คือ เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก,ทางลาดชัน,ถนนลื่น,เส้นที่คนขับหลับใน และ เหตุที่เกิดจากรถจักรยานยนต์เป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งตำรวจจะนำรถวิทยุที่มีสัญญาณไฟขับตรวจสอบเส้นทางเสี่ยงดังกล่าว รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบยืนตรวจจับความเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนที่ขับรถผ่านได้ชะลอความเร็วลง โดยตำรวจทางหลวงจะเน้นการตั้งด่านบริการและป้องกันอุบัติเหตุเป็นหลัก

พ.ต.อ.เอกราช กล่าวประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางช่วงเทศกาลได้ที่สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือออฟฟิเชียลไลน์ @highway1193 ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับส่งภาพและสถานที่ระบุพิกัด เพื่อให้ตรวจเข้าดำเนินการช่วยเหลือได้ทันท้วงที