ข่าว

‘โคราช’ พายุแรง ศาลาถล่มทับเด็ก 14 ปีสาหัส

หลายพื้นที่ฝนตกหนัก ลมพัดแรง จังหวัดนครราชสีมา ศาลาเอนกประสงค์ของเทศบาลตำบลหัวทะเล พังลงมาทั้งหลัง ทับ ด.ช.วัย 14 ปี ที่กำลังจะเข็นรถจักรยานยนต์หนีบาดเจ็บสาหัส

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวานนี้ (25 เม.ย.) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตา ได้รับแจ้งว่าศาลาอเนกประสงค์ของเทศบาลตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ที่อยู่ติดกับบึงหัวทะเล พังถล่มลงมากองกับพื้นทั้งหลัง โดยตัวคานทับประชาชนได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ ด.ช.ศรชัย เลื่อนกระโทก อายุ 14 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัย และประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยกันงัดหลังคาเพื่อนำร่างของผู้บาดเจ็บออก และนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

นายขวัญชัย เชิงจอหอ อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุมีพายุฝน และลมกระโชกแรง ตัวเองพร้อมชาวบ้านรวม 11 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์มาเพื่อที่จะมาออกกำลังกาย เลยพากันมาหลบฝนอยู่ในศาลาเอนกประสงค์หลังนี้ ต่อมาสังเกตเห็นว่าหลังคาเริ่มสั่น คิดว่าศาลาจะพัง ทุกคนจึงรีบวิ่งหนีออกมาเพื่อเอาตัวรอด แต่ ด.ช.ศรชัย เป็นห่วงรถ วิ่งกลับไปเอารถ ศาลาก็พังลงมาพอดี

สำหรับศาลาเอนกประสงค์ของเทศบาลตำบลหัวทะเลนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี 2559 เป็นอาคารทรงเรือสำเภา โครงหลังคาเหล็ก หลังคาปูกระเบื้อง เคยใช้เป็นอาคารสำหรับต้อนรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการประชุม ครม. สัญจร ปี 2560 และยังใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ของชาวตำบลหัวทะเลด้วย

ขณะเดียวกัน ที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เกิดพายุลมฝนกระหน่ำอย่างหนัก ส่งผลให้ผนังคอนกรีตของโรงอาหารมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ถูกลมพัดพังถล่มลงมาทั้งแผง ก้อนอิฐหล่นทับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดใกล้ๆ เสียหาย เป็นรถยนต์จำนวน 4 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ทั้งหมดเป็นรถบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 7 เตือนพายุฤดูร้อนพัดถล่ม บริเวณประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 26-28 เมษายน นี้ รวม 54 จังหวัด ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกัน และระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ วันที่ 26-27 เมษายน
ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

วันที่ 28 เมษายน 2562
ภาคเหนือ: จังหวัดพิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น อำนาจเจริญ นครราชสีมา ชัยภูมิบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี
ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด