ข่าว

หัวหน้าวิเชียร มือปราบเสือดำ แจงเหตุขอย้ายจากพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวรฯ

วิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก มือปราบเสือดำ แจงเหตุขอย้ายจากพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ไปภาคอีสานเพราะปัญหาสุขภาพและต้องการดูแลครอบครัว

กำลังเป็นกระแสข่าวที่ได้รับความสนใจ หลังจาก นาย วิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ทำเรื่องขอย้ายออกจากพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ว่าเป็นเพราะแรงกดดัน ล่าสุด วันนี้ (18 ธ.ค.) หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงแล้ว

โดยนายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช  พร้อมด้วย นายประทีป เหิมพยัคฆ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) หรือ ผอ.สบอ.3 ซึ่งเป็นหัวหน้า นาย วิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ร่วมกันเปิดเผยถึงสาเหตุหลัก กรณีกระแสข่าว นายวิเชียร ทำหนังสือขอย้ายตัวเอง ออกจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ว่า อาจถูกกดดันจากการดำเนินคดีเสือดำหรือไม่นั้น

นายวิเชียร เปิดเผยว่า ตนขอชี้แจงในวันนี้ด้วยตนเอง เนื่องจากเกรงว่ากระแสข่าวดังกล่าวจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด สาเหตุหลักเนื่องจากตนเองสุขภาพไม่ดี มีอาการริดสีดวงมาประมาณ 1 ปี และเริ่มแสดงอาการขึ้นเรื่อยๆ อาจบานปลายอาจถึงขั้นผ่าตัด

ประกอบกับเส้นทางการเดินเข้าออก พื้นที่อุทยานฯ ขุรขระ ไม่สะดวก ส่งผลให้อาการปวดกระทบต่อการทำงานในการเดินทางไปยังพื้นที่เวลานั่งรถ จะเกิดการกระแทกทำให้มีอาการปวดเพิ่มขึ้น เมื่อมีอาการตนเองก็จะปวดจนทนไม่ได้  จึงต้องขออนุญาตรักษาตัวและขอย้ายพื้นที่ดังกล่าว ไปยังพื้นที่ที่สามารถเดินทางไปยังโรงพยาบาลได้อย่างสะดวก

ที่สำคัญ ตนเองต้องการเวลาเพื่ออยู่กับครอบครัว เพราะตนเองมีลูกชายอายุ 1 ขวบ อยู่ที่ภาคอีสาน ซึ่งไกลจากที่ทำงานปัจจุบันกว่า 1,000 กิโลเมตร จึงรู้สึกว่าเอาเปรียบภรรยาที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ตนเองจึงต้องการย้ายไปยังพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อดูแลครอบครัว ที่เป็นกำลังใจสำคัญในการทำงานด้วย

อย่างไรก็ตาม นายวิเชียร ยืนยันว่า ตนจะทำงานเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใด แม้ตนจะไม่ได้ทำหน้าที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จะไม่มีผลกระทบต่อรูปคดีในชั้นศาล เรื่องการโยกย้ายเป็นเรื่องปกติของระบบราชการ  ซึ่งตนได้เรียนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชไว้แล้ว ในการขอย้ายออกจากพื้นที่

แต่ที่ผ่านมา เนื่องจากการดำเนินงานยังไม่ลงตัว ทั้งด้านคดีความและอื่นๆ จึงยังไม่มีโอกาสที่จะเปิดเผยต่อสื่อมวลชน พร้อมระบุว่าคดีเสือดำศาลอุทรณ์ได้ตัดสินไปแล้ว ยอมรับว่าในส่วนตัวไม่ได้รับความกดดันต่อคดีที่เกิดขึ้น