ข่าว ข่าวภาคเหนือ

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ เชียงใหม่ เตือนไฟป่าหมอกควันมาเร็ว-ยาวนาน

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มช. เตือนไฟป่ามาเร็วกว่าทุกปี หลังชาวบ้านชิงเผาก่อนมีมาตรการห้ามเผา ชี้มีแนวโน้มเจอปัญหาไฟป่าหมอกควันยาวนานถึงเดือนพฤษภาคม 63 ล่าสุด พบจุดความร้อนเริ่มหนาแน่น ในพื้นที่อ.ฮอด อ.ดอยเต่า อ.แม่แจ่ม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพชาวเชียงใหม่ ผ่านเว็บไซต์ www.cmaqhi.org  ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ดอยสะเก็ด และจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวเชียงใหม่ ติดตามคุณภาพอากาศในทุกอำเภอ ทั้งแบบเรียลไทม์ทุกชั่วโมง และแบบค่าเฉลี่ยใน 24 ชม.ที่ผ่านมา พร้อมคำอธิบายระดับดัชนีคุณภาพอากาศ และคำเตือนเพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบของมลพิษอากาศต่อสุขภาพชาวเชียงใหม่

บริเวณจุดวัดวัดคุณภาพอากาศที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พบว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 วัดได้ 39 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์สีส้ม คุณภาพอากาศไม่ดีต่อกลุ่มเสี่ยง ประชาชนที่ไวต่อมลพิษมากกว่าคนทั่วไป ควรงดกิจกรรมนอกอาคารทุกชนิด เช่นเดียวกับ ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงควรลดกิจกรรมนอกอาคารที่ใช้แรงงานหนัก หรือเป็นเวลานาน

โดยประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นควันจากการเผา รวมถึงการมองเห็นอากาศที่มีสีขาวขุ่น โดยบางรายเริ่มนำเอาหน้ากากอนามัยมาใส่ และถือว่าปีนี้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่มาเร็วกว่าทุกปี

ศ.นพ.ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เป็นไปตามคาดการณ์ว่า ปีนี้ปัญหาไฟป่า และหมอกควันจะมาเร็วกว่าทุกปี และจะมีระยะเวลายาวนานกว่าเดิมในช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562-พฤษภาคม 2563

ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาของชาวบ้านที่เร็วขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงห้ามเผา คาดว่า อาจจะประกาศในช่วงสิ้นเดือนมกราคม หรือกลางเดือนกุมภาพันธ์ จึงทำให้ช่วงเวลาของการหยุดเผาสั้นลง แต่ไม่น่าจะรุนแรงเท่ากับปีก่อน โดยประเมินจากเชื้อเพลิงที่สะสมในป่าน้อยลง

ซึ่งจากการติดตามความเคลื่อนไหวของคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่พบว่า มีสัญญานสีแดงมาตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาแล้ว แต่การตั้งรับของประชาชนมีการตื่นตัวมากขึ้น เช่นเดียวกับภาครัฐ น่าจะตอบสนองการแก้ไขปัญหาได้เร็วกว่าปีก่อนๆ

ขณะที่ ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่าจากข้อมูลของ fire.gistda.or.th ในวันที่ 8 มกราคม 2563 พบจุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 14 จุด ป่าอนุรักษ์ 23 จุด ชุมชน และเขตสปก.พื้นที่ละ 2 จุด และในพื้นที่หลายอำเภอ รวมทั้งหมด 41 จุด มากที่สุดที่อำเภอฮอด รองลงมาคือ อำเภอดอยเต่า และอำเภอแม่แจ่ม

โดยในวันที่ 9 มกราคม 2563 สภาพอากาศในตัวเมืองเชียงใหม่วันนี้มีค่าฝุ่นละอองสูงขึ้น ค่าPM2.5 ที่สถานีวัดช้างเผือกวัดได้ 58 ไมโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสถานีศรีภูมิ วัดได้ 59 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพต่อประชาชน

สาเหตุเกิดจากลักษณะภูมิประเทศตัวเมืองเป็นแอ่งกระทะมีภูเขาล้อมรอบ สภาพอากาศนิ่ง ความเร็วลมต่ำ และการจราจรในพื้นที่ตัวเมือง ทำให้การระบายตัวของฝุ่นควันเป็นไปได้ยาก ประกอบกับทิศทางลมที่พัดพาฝุ่นควันจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่