ข่าว

“บิ๊กป้อม” ลั่นมีน้ำใช้ตลอดแล้ง แต่วอนประชาชนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด

พล.อ.ประวิตร ผนึกหน่วยงานรัฐสู้ภัยเเล้ง เตรียมเปิด “กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ” เผยประชาชนมั่นใจได้ มีน้ำใช้ตลอดแล้ง แต่ขอให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเตรียมเปิดกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ โดยมี นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำเข้าร่วมและรับฟังนโยบายการขับเคลื่อนการทำงาน พร้อมประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) เพื่อร่วมติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ของหน่วยงานต่าง ๆ

พล.อ.ประวิตร ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้กล่าวมอบนโยบายการขับเคลื่อนการทำงานของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ว่ารัฐบาลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ภัยแล้ง และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน วันนี้ที่เชิญทุกคนมาร่วมประชุม เพื่อมารับทราบการจัดตั้งกองอํานวยการน้ำแห่งชาติ

ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติรับทราบกรอบโครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ ซึ่งกําหนดให้มีกองอํานวยการน้ำแห่งชาติ เป็นองค์กรภายใต้ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ เมื่อสถานการณ์ภาวะวิกฤติน้ำยกระดับความรุนแรงเป็นระดับ 2 มีอํานาจหน้าที่ในการอํานวยการบริหารจัดการ ตลอดจนพิจารณาระดับความรุนแรงสถานการณ์ ภาวะวิกฤติน้ำ ตลอดจนพิจารณาความรุนแรงสถานการณ์ภาวะวิกฤติน้ำ เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อออกคําสั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561

และเป็นที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยได้เกิดภัยแล้ง โดยได้มีประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง 16 จังหวัด มีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร 54 จังหวัด รัฐบาล โดยนายกรัฐมนต รีมีความห่วงใยประชาชนเป็นอย่างมาก และสั่งการให้เร่งหาแนวทางบรรเทาและควบคุมสถานการไม่ให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยต้องผนึกกําลังทุกหน่วยงาน บูรณาการทํางานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน ลดความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงและทันเวลา

พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่กระทบกับประชาชนเป็นวงกว้าง ทั้งเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำที่ใช้ในภาคเกษตรกรรม ว่า รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นดูแลในเรื่องอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก เพราะปริมาณน้ำในขณะนี้เหลือไม่มากนัก อีกทั้งรัฐบาลได้เตรียมการในการรองรับน้ำฝน แต่ยอมรับว่าปีนี้ฝนจะมีปริมาณน้อยกว่าทุกปี จึงต้องขุดบ่อบาดาล รวมไปถึงการทำแก้มลิง เพื่อเก็บกักใช้น้ำในปีต่อไป ซึ่งประเทศไทยอาศัยน้ำจากน้ำฝนเพียงอย่างเดียว รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการดูแล และให้ประชาชนใช้น้ำอุปโภคและบริโภคได้อย่างเพียงพอ ซึ่งตอนนี้ได้สั่งการให้ขุดบ่อบาดาลเพิ่มกว่า 500 บ่อ

เมื่อถามว่า ถึงขั้นต้องสั่งห้ามปลูกพืชใช้น้ำเยอะหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นบังคับ แต่ขอร้องเกษตรกรที่จะปลูกข้าวนาปรัง รัฐบาลไม่สามารถที่จะปล่อยน้ำให้ทำการเกษตรได้ทั้งหมด วอนให้หันมาปลูกพืชน้ำน้อยแทน ส่วนเกษตรกรที่ลงทุนปลูกไปแล้วกว่า 3 ล้านไร่นั้น ยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้เสียหายไปเปล่าๆ แต่จะให้งบประมาณเยียวยา และปล่อยน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถอยู่ได้ต่อไป รวมถึงสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชน้ำน้อยแทน

ส่วนแผนดำเนินการเพื่อรองรับวิกฤตภัยแล้งในปีหน้านั้น ก็จะเร่งดำเนินการในปีนี้ และสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนในปีหน้าได้

สำหรับกรณีน้ำทะเลหนุนสูงจนทำให้เกิดน้ำเค็มนั้น ยืนยันว่า ยังดูแลได้ เพราะยังมีน้ำจากคลองลัดโพธิ์ และแม่น้ำแม่กลอง ที่ช่วยชะลอน้ำเค็มอยู่ ซึ่งประเด็นนี้ขอประชาชนอย่ากังวล รัฐบาลดูแลจัดการบริหารได้อย่างแน่นอน แม้ว่าสถานการณ์น้ำแล้งในปีนี้จะวิกฤต

สื่อพยายามถามต่อว่า หากสถานการณ์ร้ายแรงที่สุดเหมือนประเทศเนปาล ฝนไม่ตกถึง 7 ปี รัฐบาลจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า ฝนตกแน่นอนและน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ โดยเตรียมมาตรการรองรับไปจนถึงเดือนกรกฎาคม ซี่งหลังจากนั้นสิงหาคมฝนจะตกแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามั่นใจใช่หรือไม่ ว่าฝนจะตก พล.อ.ประวิตร ย้ำว่าอย่างเทียบกับประเทศเนปาล เพราะนี่คือประเทศไทยฝนจะตกในช่วงเดือนดังกล่าวอยู่แล้ว ถ้าไม่ตกก็ไม่ต้องใช้น้ำ