ข่าว ข่าวภาคใต้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คุกตลอดชีวิต 11 จำเลย รุมโทรมเด็กหญิงบ้านเกาะแรด

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกตลอดชีวิต 11 จำเลย คดีร่วมกันรุมโทรมข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 14 ปี บ้านเกาะแรด พร้อมสั่งชดใช้ 6 ล้านบาท ด้านจำเลยเตรียมยื่นประกันตัวสู้ศาลฎีกา

อาชญากรรม  วันที่ 14 ม.ค.63 ที่ศาลจังหวัดพังงา ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันรุมโทรมข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่บ้านเกาะแรด ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นและเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2559-2560 ได้เดินทางมาที่ศาลพร้อมกับทนายความและญาติๆ เพื่อฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในวันนี้

ซึ่งคดีนี้ ศาลชั้นต้นได้ตัดสินคดีเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2561 ให้จำเลยประกอบด้วย นายวรชิต หรืออิฉา คงบุตร จำเลยที่ 1 นายชาติชาย หรือเล็ก ศรีรัตน์ จำเลยที่ 2 นายบุญพจน์ หรือ อาหลี นนทรี จำเลยที่ 3 นายเฉลิม หรือ หว๋าบ่ำ สามีน จำเลยที่ 4 นายสุชีพ หรือ บังเดช สุเมน จำเลยที่ 5 นายธวัชชัย หรือ ยูนุส เถาว์กู จำเลยที่ 6 นายณัฐวุฒิ หรือ กาหรีม บุตรน้อย จำเลยที่ 7 นายกีรติ หรือ อาหมาด สุเมน จำเลยที่ 8 นายสายัณห์ หรือ ย้อย สุเมน จำเลยที่ 9 นายรังสันต์ หรือ ฮาสัน ชายเลี้ยง จำเลยที่ 10 และนายนาวิก หรือ หลี จารึก จำเลยที่ 11

โดยศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 11 คน ในข้อหาร่วมกันรุมโทรมข่มขืนกระทำชำเรา หญิงสาวอายุไม่เกิน 15 ปี ที่มิใช่ภรรยาของตน และข้อหาบุกรุกเคหสถานในยามค่ำคืนรวมถึงข้อหาอื่นๆ ตัดสินจำคุกจำเลยที่ 1-7 ตลอดชีวิต จำเลยที่ 8 จำคุก 45 ปี จำเลยที่ 9 และ จำเลยที่ 11 ลงโทษจำคุกคนละ 15 ปี จำเลยที่ 10 ลงโทษจำคุก 20 ปี 4 เดือน พร้อมทั้งให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่ฝ่ายเด็กหญิงและมารดาอีกประมาณ 6 ล้านบาท โดยทางจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ จนมีการไต่สวนเพิ่มเติมและนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้

ล่าสุด ศาลจังหวัดพังงาได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 เสร็จสิ้นแล้ว โดยศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นแก่จำเลยทั้งหมดและให้จำหน่าย นายสุชีพ หรือ บังเดช สุเมน จำเลยที่ 5 ออกจากคดี เนื่องจากเสียชีวิต ซึ่งศาลให้เหตุผลว่า คำให้การของเด็กหญิงผู้เสียหายนั้นรับฟังได้ เนื่องจากเป็นการให้การที่มีความละเอียด และไม่มีเหตุผลจะต้องสร้างเรื่อง เพื่อสร้างความอับอายให้กับตนเองและครอบครัว

ประกอบกับเมื่อพนักงานสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่และวัตถุพยานต่างๆที่เด็กหญิงกล่าวอ้าง ทั้งในส่วนของสถานที่ที่ถูกข่มขืนกระทำชำเราความภายในบ้านพักและบริเวณชายหาดกระท่อมร้าง ล้อยางรถยนต์พบว่าสิ่งของทั้งหมดมีอยู่จริง รวมถึงการเบิกความคำให้การของทีมแพทย์จิตเวช และทีมแพทย์ที่ตรวจร่างกายของเด็กหญิงผู้เสียหายยืนยันได้ชัด

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยังได้พูดถึงกรณีข้อต่อสู้ของฝ่ายจำเลยที่ เด็กหญิงผู้เสียหายอ้างว่า ยังมีเด็กหญิงในหมู่บ้านเกาะแรดอีก 2 รายถูกข่มขืนกระทำชำเราด้วยนั้น ศาลมองว่าแม้เด็กหญิงทั้ง 2 รายจะปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แต่ทนายฝั่งจำเลยกลับไม่นำเด็กหญิงทั้งสองคนมาเบิกความต่อชั้นศาลทำให้คำปฏิเสธดังกล่าวมีน้ำหนักน้อย และเมื่อพนักงานสอบสวนตรวจสอบหาสารเสพติดของจำเลย ที่ 3 พบว่ามีสารเสพติดในร่างกายจริง ทำให้สอดรับกับคำให้การของเด็กหญิงผู้เสียหายที่ระบุว่าในทุกครั้งที่ถูกข่มขืนกระทำชำเราจากถูกบังคับให้เสพยาเสพติดด้วย

สำหรับการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันนี้ พบว่าจำเลยที่ 1, 2, 3 และ 6 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดพังงาแต่ใช้วิธีการฟังคำพิพากษาผ่านทาง Video Conference ที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยหลังจากนี้ต้องติดตามต่อไปว่า ศาลฎีกาจะอนุญาตให้จำเลย ที่ได้รับการประกันตัวก่อนหน้านี้คือจำเลยที่ 7-11 ราย ได้รับการประกันตัว ในระหว่างการต่อสู้ของศาลฎีกาหรือไม่

ด้าน นายสรรเพชร ทิพย์มณเทียร ทนายความจิตอาสาของฝ่ายจำเลยในคดีนี้ กล่าวว่า หลังจากได้ฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้ว แม้ว่าผลจะไม่เป็นไปตามที่คาดหมายเอาไว้ จากนี้ไปทางทีมทนายจิตอาสาและจำเลย เตรียมจะประกันตัวเพื่อต่อสู้ในศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดต่อไป เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่จะเป็นข้อต่อสู้ในชั้นฎีกา ส่วนสภาพจิตใจของจำเลยและครอบครัวนั้นมีสภาพที่โศกเศร้าเป็นอย่างมาก แต่ก็ได้ให้กำลังใจ ให้ต่อสู้ในศาลฎีกาต่อไป