การเมือง ข่าว

“วีระ”แขวะคดี “เอ๋-ปารีณา” รุกป่าสงวน ล่าช้ากว่าคดีชาวบ้านที่รุกป่า

วีระ สมความคิด บุก ปทส. จี้คดี “เอ๋-ปารีณา” รุกพื้นที่ป่าสงวน และครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โดยมิชอบ แขวะคดีล่าช้ากว่าคดีชาวบ้านที่รุกป่า ขณะที่ผู้การฯ ยืนยัน ช้าเร็วขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐาน และความซับซ้อนของคดี

จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้แจ้งความเอาผิดต่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีรุกล้ำพื้นที่ป่าไม้-ป่าสงวน กว่า 46 ไร่ ใกล้แม่น้ำภาชี และครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบ กว่า 683 ไร่ จากการปลูกสร้างโรงเรือนทำฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 1,700 ไร่ ภายหลังมีคำสั่งให้ บก.ปทส. เป็นผู้รับผิดชอบในคดีนี้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส. เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

โดยนายวีระ เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้ ได้นัดสอบถามความคืบหน้าคดีกับ พล.ต.ต.วิวัฒน์ หลังจากเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ทราบว่า บก.ปทส. ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดี น.ส.ปารีณา บุกรุกป่าแต่เพียงผู้เดียว ส่วนกรณีนายทวี ไกรคุปต์ (บิดา) น.ส.ปารีณา ที่บุกรุกพื้นที่ป่าของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ตนก็ได้แจ้งความกับ สภ.สวนผึ้ง ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุและทางเจ้าหน้าที่ฯ ก็ได้รับไปดำเนินการแล้ว โดยมี ปทส.คอยให้ความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ระหว่างสำนวนถูกส่งมายังส่วนกลาง ทำให้คดีหยุดชะงัก ซึ่งตนไม่สบายใจ ดังนั้น ในวันนี้จึงได้มาสอบถาม และดูรายชื่อคณะพนักงานสอบสวนคดีของ น.ส.ปารีณา ว่ามีใครบ้าง ทั้งนี้ เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งตั้งให้ ปทส.รับผิดชอบดูแลคดีนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้ว เพิ่งจะตั้งคณะทำงานเสร็จ ในทางตรงกันข้าม หากเทียบกับคดีชาวบ้านรุกป่าสงวนก็นับว่าล่าช้า เพราะตนร้องเรียนมาตั้งแต่ปลายปี 2561 ซึ่งข้อกฎหมายก็ระบุความผิดไว้ชัดเจน และน.ส.ปารีณา ก็เคยยืนยันมาตลอดว่า ที่ดินดังกล่าวนั้นเป็นของตัวเอง และถือครองก่อนจะเป็นที่ดิน ส.ป.ก.

นายวีระ กล่าวด้วยว่า น.ส.ปารีณา ยังอ้างว่าถือครองที่ดิน ภ.ท.บ.5 ทั้งที่ความจริงนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะที่ดินผืนนั้นเป็นป่าสงวน ซึ่งกฎหมายระบุว่า ที่ดิน ภ.ท.บ.5 ต้องเป็นป่าหมดสภาพ ที่ให้ประชาชาเข้าไปใช้ทำมาหากินและเสียภาษี จากนี้ตนมองว่า หากคดียืดยาวกว่านี้จะเสียรูปคดี เพราะยังมีความผิดฐานอื่นนอกจากคดีอาญาด้วย โดยตนต้องไปสอบถามรายละเอียดของคดีจาก กองกำกับการ 5 บก.ปทส.เพิ่มเติมอีกครั้ง

ทางด้าน พล.ต.ต.วิวัฒน์ กล่าวว่า ตำรวจป่าไม้ได้เสนอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอทำคดี น.ส.ปารีณา ตั้งแต่แรก โดยได้ตั้งคณะทำงานรวม 10 นาย ซึ่งการทำงานจะช้าเร็วขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เชื่อว่าไม่นาน ซึ่งสำนวนคดีของ น.ส.ปารีณา ที่รับมาจาก สภ.จอมบึง นั้น ก็อยู่ระหว่างดำเนินการอย่างเร็วที่สุด ซึ่งคดีนี้หากเทียบกับของชาวบ้านก็นับว่ามีความซับซ้อน หากคดีใดต้องการพยานหลักฐานให้รัดกุมมาก ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร