ข่าว

‘โควิด 19’ ระบาดระลอก 2 รุนแรงแน่ หลังปชช.เริ่มแห่ออกจากบ้านไม่ป้องกัน

แพทย์เชื่อ “โควิด 19” ระบาดระลอก 2 และรุนแรงกว่าระลอกแรก! หลังคนไทยเริ่มประมาท ออกจากบ้านไม่ป้องกัน

ระบาดระลอก 2 จากสถานการณ์ปัจจุบันการระบาดโควิด 19 ในประเทศไทย อยู่ในระดับที่ควบคุมโรคได้และมีจังหวัดมากกว่า 50% ที่ไม่พบผู้ป่วยมาแล้วมากกว่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หลังจากที่มีการผ่อนปรนให้กิจการ 6 ประเภทกลับมาเปิดดำเนินการได้เมื่อวันที่ 3 พ.ค.63 ประชาชนเริ่มเดินทางมากขึ้น แม้จะมีการห้ามเดินทางข้ามพื้นที่ไกลด้วยการงดให้บริการรถโดยสารระหว่างจังหวัด แต่ถ้ายังมีคนที่เดินทางด้วยตนเองมีการพบปะมากขึ้น

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาแสดงความกังวลถึงความเสี่ยงที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า รวมถึงมีการไปใช้บริการในกิจการต่างๆมากขึ้น ดังนั้น ประชาชนเมื่อไปใช้บริการจะต้องตระหนักมีความระมัดระวังตัวเอง เพื่อไม่ให้โควิด 19 กลับมาระบาดในประเทศไทย ด้วยการเว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร และสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อไปในสถานที่ชุมชน ล้างมือบ่อยๆ

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ว่า เมื่อมีการผ่อนปรนกิจการแล้วโอกาสที่เชื้อจะกลับมาแพร่ระบาดใหม่เกิดขึ้นได้ เพราะประชาชนมีการพบปะกันมากขึ้น และในบางจุดมีกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น ตั้งวงกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งล้วนแต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในพื้นที่ได้ การรับมือกับการแพร่ระบาดจำเป็นจะต้องเฝ้าระวังอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยหลายจังหวัดมีการดำเนินการเฝ้าระวัง ค้นหา คัดกรองผู้ติดเชื้อที่ยังมีอาการน้อยอยู่ในชุมชน รวมถึง มาตรการที่มุ่งป้องกันกลุ่มเสี่ยงที่มีการอยู่รวมกันในสถานที่แออัด เช่น เรือนจำ และที่พักของแรงงานต่างชาติ โดยเริ่มมีการตรวจค้นหาเชื้อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่พบเหตุการระบาดหรือผิดปกติในสถานที่เหล่านแต่จะมีการขยายพื้นที่ตรวจต่อไป

ทั้งนี้ จากบทเรียนในอดีตเมื่อเกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ทั่วโลกในปีพ.ศ. 2461 จะเห็นว่าการระบาดมีหลายระลอก โดยในระลอกแรกประเทศส่วนใหญ่จะรับมือได้ดีเพราะมีจำนวนผู้ป่วยไม่มากแต่เพิ่มขึ้นผิดปกติและสามารถควบคุมโรคได้ แต่บางประเทศ บางเมืองที่มีการระบาดระลอกที่ 2 อย่างรุนแรง เพราะประชาชนคลายความตระหนักในความสำคัญของการป้องกันโรค ซึ่งจากคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก (ดับบลิวเอชโอ) และผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทย แนะนำว่าประเทศไทยไม่สามารถประมาทได้ว่าจะมีการกลับมาของโรคโควิด 19 ในระลอกที่ 2 หรือไม่

นอกจากนี้ สิ่งที่จะทำได้ดีที่สุด คือ การคงมาตรการที่สำคัญและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันโรคและการแพร่เชื้อให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม หากมีการกลับมาใหม่ต้องมีการควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพและที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนต้องร่วมมือทำตามคำแนะนำของภาครัฐ ขณะนี้มาตรการพื้นฐานยังเป็นการลดความเสี่ยงในการไปใช้บริการ ทั้งลดจำนวนคนเข้าใช้บริการแต่ละช่วงเวลา คัดกรองผู้มีอการไข้ หลีกเลี่ยงคนมีไข้เข้าใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และระวังการนำมือมีสัมผัสใบหน้าตา จมูก ปาก

ทั้งนี้ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ประธานมูลนิธิสุขภาพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19  หรือ ศบค. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเพจ สุขภาพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีเนื้อหาว่า

“ระลอก 2 ระลอก 3 มาแน่ๆ” ด้วยความห่วงใย ผมเห็นประชาชนเริ่มประมาทในการป้องกันโควิด 19 “ถ้าเราหยุดวิ่งทันทีตอนวิ่งมาเร็ว มันจะล้มหัวคะมำ” ไม่อยากเห็นการสูญเสียของประเทศชาติและประชาชนครับ

1) พบพี่น้องประชาชนผ่อนคลายมากๆ เริ่มออกจากบ้านจนรถติดใกล้เคียงปกติ ออกจากบ้านโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย

2) อย่าประมาทเด็ดขาด แม้อัตราผู้ป่วยรายใหม่จะเพิ่มขึ้นแค่หลักหน่วย ตอนนี้สถานการณ์กลับมาเป็นการแพร่ระบาดในวงจำกัด ไม่ใช่โรคสงบนะครับ

3) ชัยชนะ คือ ลดการแพร่เชื้อ วิ่งเข้าเส้นชัย แบบสูญเสียน้อยที่สุด

4) หมอขอยืนยันว่า เมื่อไหร่ที่เราประมาทไม่ระมัดระวังตัว มีโอกาสที่โรคจะกลับมาระบาดในระดับวิกฤติได้ เช่น คนไทยประมาท มีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ~ 70 ศพต่อวัน คนพิการอีกหลายร้อยชีวิตต่อวัน แต่พวกเรากลับชินชา…..เช่น ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วมาก ไม่สวมหมวกกันน๊อก

5) ต้องมีการค้นหาผู้ป่วยเชิงบุกอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขผู้ป่วยจะใกล้ความจริงเมื่อเราบุกค้นหา และเข้าควบคุมโรค นอกจากนี้ ต้องบุกทุกๆเรื่อง “ให้ความรู้ ปรับทัศนคติ และพฤติกรรรม” ต้องให้ประชาชน ทำตามมาตรการ > 90% จึงค่อนข้างมั่นใจว่า เราปลอดภัย ครับ

6) แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขและทุกหน่วยงาน จะวางแผนรองรับอย่างดี แต่โอกาสระบาดใหญ่ อีกหลายระลอกเกิดได้เสมอ ถ้าขาดพลังความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน (ดูตัวอย่างในประเทศที่ไม่มีแม้ที่ฝังศพ ครับ)

7) ปัจจัยที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดมี 2 ปัจจัยคือ

7.1) การติดเชื้อในชุมชน และแพร่เชื้อ

7.2) การรวมตัวของคน คนอยฝู่แน่นมากก็เสี่ยงมาก การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ~ 1-2 เมตร สำคัญมาก การสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือ ต้องทำจนเป็น New normal

7.3) ตัวอย่าง เราต้องพึ่งตนเอง ดูแลตนเอง หากไปเดินห้างสรรพสินค้า ควรไปซื้อเฉพาะของที่ต้องการแล้วกลับ ไม่ควรอยู่นาน ไม่ใช่การไปการพักผ่อน

แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยง และคนบางกลุ่มไม่ควรไป เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีสุขภาพไม่แข็งแรง เพราะเท่ากับเดินไปเสี่ยงในเส้นทางแห่งความตาย ครับ

8) การระบาดระลอก 2 และ 3 มาแน่ๆ สถานการณ์ตอนนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ควรคุมให้ได้ในระดับสิบ เป็นสถานการณ์ ที่สมดุล เหมาะสม (มิใช่ระดับร้อย พัน หรือหมื่น) รับรองหมอก็ตายครับ

9) หมอถูกพี่น้องประชาชนถามเสมอว่า โรคโควิด 19 อยู่กับเรานานแค่ไหน กี่เดือน กี่ปีครับคุณหมอ อยากให้สงบซะที

– ผมตอบว่า ขึ้นกับเรารักในหลวง พ่อของเราแค่ไหน เราปฏิบัติตามพ่อสอนเรื่อง หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แค่ไหน การที่เราช่วยกันป้องกัน ดูแลตัวเอง จะเป็น “ภูมิคุ้มกันที่ดี” และดีกว่า วัคซีนโควิด 19 เราต้องเข้าใจ มีความรู้การแพร่เชื้อ การป้องกัน และช่วยเป็นแบบอย่างเชิญชวนคนอื่นๆให้ทำตาม

วัคซีนของพ่อ ….สังคมไทยจะค่อยๆปรับตัว เราจะมีภูมิคุ้มกันหมู่ตามธรรมชาติ แม้ช้า แต่เกิดความมั่งคง ยั้งยืน และพึ่งตนเองครับ

10) สวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆ งานที่สามารถทำที่บ้านได้อยากให้ทำกันที่บ้าน การเหลื่อมเวลาทำงานเพื่อลดความแออัดของที่ทำงาน และการเดินทาง ที่ทำงานควรจัดเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ถ้าเว้นไม่ได้ควรมีฉากกั้นที่สูงมาก ปิดแอร์ เปิดหน้าต่าง หรือติดตั้งระบบระบายอากาศ

หมอเป็นห่วงทุกมิติของสังคม โดยเฉพาะความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน คนไข้พูดกับผมว่า “คุณหมอครับผมไม่มีเงินจ่ายค่ายาครับ ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่ได้เงินเลย” ช่วยลูกสาวผมด้วย หมอบอกว่าไม่เป็นไร “คนไข้มาก่อนเสมอ” มีเงินมาช่วยทำบุญเข้ามูลนิธิสุขภาพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อช่วยคนอื่นต่อไปนะครับ

มาตรการดีๆ ต้องธำรงรักษาและทำต่อเนื่อง ให้เป็นวิถีชีวิตใหม่ที่ดี ครับ (New Normal)

– เมื่อสิ้นสุด โควิด 19 ขอให้ประเทศไทยและพี่น้องประชาชน เรียนรู้ พัฒนา ด้วยความรอบคอบ พัฒนา New Normal ให้เหมาะบริบทสังคมไทย

– สิ่งสำคัญ ประเทศไทยและประชาชน ต้องมั่นคง ไม่ต้องรวยก็ได้ แต่มีความสุข ประชาชนสุขภาพดี ปลอดภัย และเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน มั่นคง คนไทยมีคุณธรรม มีวินัย มีปัญญา และก้าวสู่สังคมแห่งความสุข มีพลังจิตอาสา ช่วยเหลือกัน เราทำความดีด้วยหัวใจครับ ครับ

อีกทั้ง ศ.นพ.ยง  ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า โควิด-19 กับการระบาดระลอก 2 ขณะนี้การระบาดในประเทศไทยสามารถควบคุมได้เป็นอย่างดีมีการพบผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่จะอยู่ทางใต้และเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในที่กักกัน กลับจากต่างประเทศ

บทเรียนจากประเทศจีน เกาหลีและญี่ปุ่น ก็ยังมีการเกิดกลุ่มการระบยังาดภายในเกิดขึ้นได้ โอกาสที่จะมีรอบสองจึงมีความเป็นไปได้

เราสร้างกำแพงล้อมรอบประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันยังมีน้ำท่วมอยู่นอกบ้าน เราวิดน้ำในบ้านเราจนแห้ง แต่เป็นการยากที่จะไม่ให้มีรอยรั่ว แต่ถ้ามีรูรั่วแล้วเราวิดน้ำออกทันก็ไม่เป็นปัญหา มาตรการในการป้องกันของเราก็ต้องเข้มแข็ง

ในช่วงฤดูฝนจะเป็นฤดูกาล โรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าดูจากไข้หวัดใหญ่จะระบาดในช่วงฤดูฝน และการระบาดจะเริ่มจากที่โรงเรียน บางโรงเรียนถึงกับต้องปิดเรียน

มาตรการการป้องกันการกำหนดระยะห่างของบุคคล physical distancing การล้างมือ การใช้แอลกอฮอล์เช็ดถูมือ การกินร้อน การหลีกเลี่ยงเข้าชุมชนคนหมู่มาก มาตรการทุกอย่าง ต้องเข้มข้น ทุกคนต้องช่วยกัน รอระยะเวลาที่เรามียารักษาที่ดี หรือมีวัคซีนในการป้องกัน

ทุกคนต้องช่วยกัน คนที่มีจะต้องรู้จักแบ่งปัน ให้ทุกคนอยู่ได้