ข่าว

ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บางมาตรา มีผล 27 พ.ค.63 – 31 พ.ค.64

พุทธิพงษ์ เผยแม้ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ บางมาตรา มีผล 27 พ.ค.63 – 31 พ.ค.64 แต่ข้อมูลประชาชนยังได้รับความคุ้มครองเหมือนเดิม

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ขณะนี้กฎหมาย
ขยายเวลาการบังคับใช้บทบัญญัติบางมาตราของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ออกไปตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.63 – 31 พ.ค.64 หรือที่เรียกว่า พรฎ.กำหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ศ.2563 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

หลังจากที่ ครม.ได้เห็นชอบร่างเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมี 22 หน่วยงาน/กิจการ เช่น หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ มูลนิธิ สมาคม องค์กรศาสนา NGO กิจการด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การแพทย์และสาธารณสุข ฯลฯ ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย

รมว.ดีอีเอส กล่าวย้ำว่า ถ้ากฎหมายถูกบังคับใช้ตามกำหนดเดิมคือวันที่ 27 พ.ค.63 จะเกิดปัญหา เพราะรายละเอียดทุกอย่างจะมีผลทันที เช่น การเข้าไปตรวจสอบว่าแต่ละหน่วยงานทำตามกฎหมายหรือไม่ การร้องเรียน หรือการมีบทลงโทษที่ค่อนข้างหนัก แต่ด้วยสถานการณ์ที่โรคโควิด-19 ระบาด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เช่น กิจการธุรกิจ บริษัท ห้างร้าน โรงแรม สมาคม มูลนิธิ ผู้ประกอบการรายเล็ก จะได้รับผลกระทบ เพราะต้องลงทุนเพื่อเตรียมระบบป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้เรียกร้องมายังรัฐบาลให้ช่วยเหลือดูแลในเรื่องนี้ ซึ่งเราก็รับฟังความคิดเห็นของทุกคน

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ข้อมูลของประชาชนจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรฐานเหมือนเดิม เพราะเรายังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ยังทำหน้าที่อยู่ ยกตัวอย่างเช่นการโพสต์ภาพของผู้อื่นในโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือนำไปตัดต่อบิดเบือน ก็สามารถเอาผิดผู้ที่ละเมิดได้ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยไม่จำเป็นต้องรอ พ.ร.บ.ฉบับนี้

“ที่ผ่านมา 1 ปี หลายหน่วยงานก็เตรียมตัวปรับปรุงระบบต่าง ๆ เช่น สมาคมธนาคารไทย แต่หลายองค์กรต้องมาเจอกับโรคระบาดจึงทำได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ เราต้องใช้เวลาในการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน เพื่อจัดทำกฎหมายลูกที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมมากที่สุด ซึ่งได้เปิดรับฟังไปแล้ว 3-4 ครั้ง แต่ต้องหยุดชะงัก โดยยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ขอโอกาสให้ความเห็นอยู่ เพราะเขาเป็นคนที่ต้องถูกบังคับใช้ และได้รับผลกระทบโดยตรง”

“ส่วนคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตามกฎหมายนั้น ขณะนี้ ครม.เห็นชอบแล้วและพร้อมทำงาน ซึ่งทุกคนได้ผ่านกระบวนการคัดกรองและสรรหาตามขั้นตอนที่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยกระทรวงดีอีเอสได้จัดเตรียมงบประมาณและการสนับสนุนต่าง ๆ ไว้ให้หมดแล้ว สามารถดำเนินการได้ทันที” นายพุทธิพงษ์ กล่าว