ข่าว

นักชกรุ่นจิ๋ว “ค่ายมวยบูมเด็กเซียน” ชีวิตที่ต้องสู้ ช่วงวิกฤตโควิด-19

เรื่องราวของนักชกรุ่นจิ๋ว ในค่ายมวยบูมเด็กเซียน ที่สะท้อนให้เห็นความสนุกสนานในวัยเยาว์ และการต่อสู้ ทั้งบนสังเวียนมวย และบนสังเวียนชีวิต

เมื่อเอ่ยถึงค่ายมวยเด็ก หลายคนก็จะนึกถึงภาพการต่อสู้ที่รุนแรง และดุเดือดเกินวัย แต่ทุกเรื่องราวมีหลายแง่มุม ซึ่งสิ่งที่เรากำลังเสนอต่อไปนี้ ก็คืออีกแง่มุมในช่วงวิกฤตโควิด-19 ของค่ายมวยเด็กที่ชื่อว่า “บูมเด็กเซียน”

ค่ายมวยบูมเด็กเซียน ก่อตั้งโดยชายหนุ่มวัย 24 ปี ที่ชื่อว่า อภิปรัชญ์ เลิศรักษ์ชีวกุล โดยมี เทพกรณ์ โพธิ์ปัสสา เป็นผู้ฝึกสอน มีนักมวยเด็กในค่ายเกือบ 10 คน อายุระหว่าง 8 – 18 ปี

โดย เทพกรณ์ หรือครูเทพ เล่าว่า “มวยเด็ก ก่อนวิกฤตโควิด-19 ถือว่าได้รับความสนใจจากวงการมวย แต่ว่าเป็นวงการมวยระดับภูธร เพราะน้ำหนักและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้ามาชกในกรุงเทพฯ

“ก็จะชกรอบนอก อย่าง เวทีมวยรังสิต เวทีมวยที่ อ.ต.ก.นนทบุรี แล้วก็มีตามต่างจังหวัด อย่าง ชลบุรี ระยอง หรือว่าภาคใต้  เด็กๆ จะตระเวนไปชกทั่วประเทศ”

“แต่เมื่อเจอวิกฤตโควิด-19 และมีคำสั่งปิดสนามมวยชั่วคราวมาเป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว ทำให้ค่ายมวย และนักมวยเด็กไม่มีรายได้ ในขณะที่มีรายจ่าย เป็นจำนวนมาก

“อาชีพนักมวย ไม่มีเงินเดือน จะได้เงินต่อเมื่อขึ้นเวที ตอนนี้จึงไม่มีรายรับเลย และหลายคนต้องรับผิดชอบครอบครัว เพราะส่วนมากมาจากครอบครัวที่ยากจน ใช้ความสามารถด้านนี้มาหารายได้ในการที่จะช่วยผู้ปกครอง” ครูเทพกล่าว

แม้วันนี้เหล่านักมวยรุ่นจิ๋วจะไม่มีรายได้ แต่ก็ยังคงขยันฝึกซ้อมตามตารางอย่างมุ่งมั่น เพื่อฟิตร่างกาย และฝึกฝนทักษะ รอวันที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย พวกเขาจะได้ขึ้นสังเวียน หารายได้มาช่วยเหลือครอบครัว

แต่ในช่วงพัก ก็จะสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ ตามประสาเด็ก ที่มีความซุกซนตามวัย เป็นสีสันและความสดใสของนักมวยของค่ายนี้ ที่ส่งผลให้พวกเขามีแฟนคลับจำนวนมาก

ไม่ว่าจะไลฟ์สดการซ้อม หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ก็จะมีผู้เข้ามาชม เข้ามาให้กำลังใจ อย่างนักชกฝาแฝด อายุ 11 ขวบ ยอดเพชรเอก (ด.ช.วรกานต์ สุขทัว)  และยอดเพชรโท (ด.ช.วรเมธ สุขทัว) ที่ถือว่าโด่งดังระดับต้นๆ ในวงการมวยเด็ก

แต่เมื่อพูดมวยเด็ก ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นประเด็นดราม่าในสังคมมาอย่างยาวนาน มีทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ซึ่งในมุมมองของครูเทพเขาคิดว่า นี่คืออีกอาชีพที่สร้างโอกาสให้กับเด็กกลุ่มหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน

“สำหรับคนที่มองว่า มวยเด็กเป็นเรื่องของการทารุณ หรือว่าการใช้แรงงานเด็ก หรือว่าเอาเด็กมาชกแล้วทำให้เกิดอันตราย กระทบกระเทือนด้านสมอง ก็มีคนมองจุดนี้

“แต่ก็ต้องมองกลับไปอีกด้านว่า การที่เด็กมาอยู่ที่ค่าย มีการซ้อม มีการดูแล มีระเบียบวินัย ก็ทำให้เด็กไม่ไปก่อปัญหาสังคม ไม่ต้องไปเสี่ยงเป็นเด็กแว้น ไม่ต้องไปเสี่ยงกับยาเสพติด ไม่ต้องไปเสี่ยงกับเรื่องอันตรายต่างๆ ไปค้ายา ไปเป็นอาชญากร

“เด็กที่มาเป็นนักมวยส่วนใหญ่ฐานะยากจน ตรงนี้เราก็ต้องมองอีกด้านว่า ทำให้เขามีอนาคต และถึงแม้ไม่ได้เป็นนักมวยที่มีค่าตัวสูง แต่บางคนอาจต่อยอดไปเป็นเทรนเนอร์ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง และเป็นที่ต้องการทั้งในและต่างประเทศ” ครูเทพกล่าว

และทั้งหมดนี้ ก็คือเรื่องราวของค่ายมวยและนักมวยเด็ก ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย การต่อสู้ของพวกในเกมกีฬานี้ ก็จะดำเนินต่อไป