'สามารถ' เป็นห่วงคดีฉ้อโกง ยก "แหลมเกจซีฟู๊ด" กรณีศึกษา เสนอกฎหมายป้องกันและปราบปรามฉ้อโกงเข้าสภา

12 มิ.ย. 2020 เวลา 7:24 น.

'สามารถ เจนชัยจิตรวนิช' ผู้ช่วย รมว.ยธ. เป็นห่วงคดีฉ้อโกง ยก "แหลมเกจซีฟู๊ด" ชี้ชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก และยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งนี้ตนและ ส.ส. คนอื่น ช่วยกันเสนอกฎหมายป้องกันและปราบปรามฉ้อโกงจำนวนมากเข้าสภา

ฉ้อโกง วันนี้ (12 มิ.ย. 63) - นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า หลังศาลอาญามีคำพิพากษาคดีแหลมเกตซีฟู๊ด ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน โดยผู้ต้องหาเปิด บริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด จำหน่ายอาหารทะเล และมีคนจองเป็นจำนวนมาก แต่กลับมีการยกเลิกให้บริการ ทำให้ผู้เสียหายรวมตัวเข้าแจ้งความ กระทั่งศาลตัดสินให้จำคุก เจ้าของร้านอาหาร และกรรมการบริษัท รวม 3 คนๆ ละ 1,446 ปี ความผิด 123 กระทง ในความผิดร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด คุณภาพ ปริมาณ ในสินค้าหรือบริการด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 , 343 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จและฐานหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ฐานหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จกับฐานหลอกลวงผู้อื่นโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนมีอัตราโทษเท่ากัน

นายสามารถ กล่าวอีกว่า ดังนั้น จึงลงโทษฐานหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรกประกอบมาตรา 341, 83 จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดรวม 723 กระทง ให้จำคุกจำเลยที่ 2 , 3 ทุกกระทง กระทงละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 1,446 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ปรับกระทงละ 5,000 บาท รวมปรับ 3,615,000 บาท แต่เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91(2) ลงโทษคนละ 20 ปี นั่นคือกฎหมายไม่สามารถลงโทษเป็นหลัก 1,000 ปีได้ซึ่งในอดีตคดีแชร์แม่ชะม้อยศาลได้มีคำพิพากษาจำคุกแม่ชะม้อย 150,005 ปีแต่ติดจริงเพียง 7 ปี 11 เดือน 5 วันดังนั้นเราจะพบว่าคดีประเภทนี้จะจำคุกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นสะท้อนว่ากฎหมายของประเทศไทยต้องมีการพัฒนาให้ทันกับยุคสมัยเพราะปัจจุบันประชาชนการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมิจฉาชีพเองไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษ

นายสามารถ กล่าวต่อว่า ผู้เสียหายคดีแหลมเกตซีฟู๊ดก็ยังไม่ได้รับเงินคืนเนื่องจากตามกฎหมาย ป.วิอาญามาตรา 85 การคืนได้นั้นจะต้องให้ศาลเป็นผู้สั่งคืนแต่คดีนี้ถ้าตำรวจไม่ได้อายัดทรัพย์สินก็เป็นการยากที่จะได้เงินคืน แต่เนื่องจากความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดมูลฐานฟอกเงินและไม่มีหมดอายุความตำรวจสามารถส่งเรื่องให้ ปปง. ติดตามยึดทรัพย์ได้ หรือผู้เสียหายสามารถยื่นเรื่องกับ ปปง. ได้ด้วยเช่นกัน แต่กว่าจะได้เงินคืนต้องดำเนินการหลายขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งตนได้หารือกับ ส.ส.หลายท่าน ตั้งญัตติศึกษาการแก้ปัญหาการฉ้อโกงประชาชนแล้วเสนอกฎหมายป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดการฉ้อโกงประชาชนในรูปแบบที่มีความเสียหายจำนวนมาก เสนอเข้าสภาเรียบร้อยแล้ว

"ผมเป็นห่วงพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ต้องเสียทรัพย์สินเพราะถูกหลอกซื้อโปรโมชั่น ฉะนั้นทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับการปกป้อง โดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับปัญหาการฉ้อโกงประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. เน้นย้ำคณะทำงานพรรคเสนอกฎหมายเข้าสู่สภาแล้ว แต่ยังมีการหลอกลวงประชาชนอย่างต่อเนื่อง"

นายสามารถ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ปัญหาต้องให้ความรู้กับประชาชน ต้องตรวจสอบบริษัทที่เข้ามาลงทุนหรือค้าขายกิจการ และต้องปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างจริงจังเพื่อให้อาชญากรรมลดน้อยลง ซึ่งในกฎหมายประมวลกฏหมายอาญาคดีฉ้อโกงประชาชน นั้นออกมาตั้งแต่ปี 2500 แต่ปัจจุบันพบว่ามีการหลอกลวงประชาชนเป็นจำนวนมากต้องมีการทบทวนและพัฒนากฎหมาย ทั้งนี้ นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พปชร. เคยพูดอภิปรายในสภาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปแล้ว ตนจึงคิดว่าประชาชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเพราะเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน

โดยในช่วงภายใน 3 วันที่ผ่านมาตนได้เห็นข่าวคดีฉ้อโกงประชาชนมากมายเช่น คดีพีบีสมาทฟาร์เมอร์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบมีผู้เสียหายกว่า 50,000 คน ความเสียหายมากกว่า 3,000 ล้าน ถ้าเรามองถึงความเดือดร้อน 1 คนที่เป็นเหยื่อมีคนรอบข้างต้องเดือดร้อนด้วย นั่นคือปัญหาที่ต้องเร่งช่วยเหลือ อีกคดีปลอมแปลงเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน และอีกกรณีที่ภาคอีสานมีการหลอกลวงโกงเงินกองทุนเผาศพเสียหายกว่า 10 ล้านบาท นี้คือความเสียหายที่เกิดขึ้นภายใน 3 วันที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าปัญหาการฉ้อโกงประชาชนนั้นมีการทวีความรุนแรงมากขึ้น

ดังนั้นต้องแก้ปัญหานี้ทั้งระบบ เพราะถือเป็นภัยความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ตนได้หารือกับ ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดพัทลุง ท่านเองก็จะช่วยตั้งญัตติในกาแก้ปัญหานี้ในสภาด้วย โดยก่อนหน้านี้ ได้มี ส.ส. พยม พรหมเพชร เคยหารือปัญหานี้ไปไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งแล้วที่สภาผู้แทนราษฏร ตนเองเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน การแก้ปัญหานี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทุกมิติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยให้แชร์ลูกโซ่เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2560 แต่วันนี้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ การฉ้อโกงประชาชนเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน จึงต้องรวมศูนย์ให้มีเจ้าภาพดำเนินการ และ เร่งมาตรการติดตามทรัพย์สินมาคืนกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว ตนได้รับเรื่องจาก ศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ จากชาวบ้านจำนวนมาก ตนเคยนำเรื่องนี้หารือและเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีแล้วเพื่อนำปัญหาเสนอท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ในส่วนกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ลงพื้นที่รับฟังการปัญหาและได้ทำความเห็นควรเสนอตั้งคณะกรรมการที่มีรองนายก เป็นประธานโดยเฉพาะ เหมือนการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ที่ทำได้เป็นรูปธรรมแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด