ทลายแหล่งผลิตเครื่องสำอางเถื่อน! ย่านคลองสามวา ของกลางกว่า 10 ล้านบาท

อย. ร่วมกับ ตำรวจ บก.ปคบ. บุกทลายโรงงานผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ ย่านคลองสามวา พบของกลางเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางลักลอบใส่สารห้ามใช้ เช่น สารปรอท สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน และเครื่องสำอางไม่ได้จดแจ้งกว่า 30 รายชื่อการค้า

นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา , นพ.สรุโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วยตำรวจ บก.ปคบ. นำทีมโดย พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป.รรท.ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ., พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจค้นสถานที่ผลิตเครื่องสำอางเถื่อน ที่หมู่บ้านมีนทอง เลขที่ 69/14 ซอยนิมิตรใหม่ 49 ถนนนิมิตรใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ พบอุปกรณ์การผลิต วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และเครื่องสำอางสำเร็จรูปจำนวนมาก

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา อย. ได้ตรวจสอบ เฝ้าระวังเครื่องสำอางที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดยังคงพบว่ามีเครื่องสำอางบางยี่ห้อได้ลักลอบใส่สารห้ามใช้ เครื่องสำอางปลอม ใช้ชื่อโดยการแอบอ้างให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของแพทย์หรือคลินิก จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. จนกระทั่งพบว่ามาทำการลักลอบผลิต ณ สถานที่แห่งนี้ และจากการตรวจค้นพบว่ามีวัตถุดิบที่เป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เช่น สารปรอท สเตียรอยด์ และเมื่อได้นำเครื่องสำอางที่ตรวจพบมาทดสอบเบื้องต้นตรวจครีมบางยี่ห้อ ปรากฏว่าพบไฮโดรควิโนนและสารปรอท นอกจากนี้ยังพบเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้งอีกกว่า 30 รายชื่อการค้า รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ทาง อย.จะประสานกับตำรวจและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทำการปิดเว็บไซต์ต่อไป พร้อมกันนี้ได้แนะนำการเลือกซื้อเครื่องสำอาง ควรเลือกซื้อจากหลักแหล่งที่เชื่อถือได้ มีฉลากภาษาไทย เลขจดแจ้ง 10 หลัก ชื่อที่อยู่ผู้ผลิตที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบด้วยตัวเองด้วยการดาวโหลดแอพพลิเคชั่น “ตรวจเลข อย.” สแกนตรวจสอบด้วยกล้อง เสียง และตัวอักษร อย่างไรก็ตาม หากไม่มั่นใจในผลิตภัณฑ์ให้ส่งตรวจสอบที่สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด และสามารถแจ้งเบะแสได้ที่ทางสายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด

ด้าน พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป.รรท.ผบก.ปคบ.กล่าวว่า จากการสอบสวนนายสกนท์ หงส์หาด อายุ 37 ปี รับสารภาพว่าทำมาประมาณ 1 ปี จึงได้แจ้งข้อหาผลิตเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ ผลิตเครื่องสำอางปลอม ผลิตเครื่องสำอางที่ไม่จดแจ้ง ผลิตเครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ครบถ้วน และผลิตเครื่องสำอางแสดงฉลากก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของเครื่องสำอาง ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 โดยมีโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีที่ บก.ปคบ.ต่อไป