กรุงเทพมหานคร

วสท. ให้รื้อเครนถล่มโรงเรียน-ออกหมายจับคนขับเครน ข้อหาประมาท

นักเรียนหญิงบาดเจ็บกะโหลกร้าว จากเหตุเครนร่วงใส่โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ ปลอดภัยแล้ว แต่หมอห่วงติดเชื้อ เจ้าของโครงการรับผิดชอบเต็มที่ ด้าน วสท.ตรวจสอบที่เกิดเหตุ คาดคนขับเครนประมาท พร้อมสั่งเร่งรื้อถอนเครนเคลียร์พื้นที่เพื่อความปลอดภัย และดำเนินคดีตามกฎหมาย อาจถอนใบอนุญาตวิศวกร

รองศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิช ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ หรือ วสท. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทีมวิศวกรเข้าไปตรวจสอบภายในจุดเกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มใส่หลังคาโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ บางรัก จนเป็นเหตุให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 10 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 1 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมาจากการตรวจสอบอุปกรณ์เซฟตี้ต่างๆ มีความสมบูรณ์ครบถ้วน จึงสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจเกิดจากความประมาทของผู้ปฏิบัติงาน หรือความคลาดเคลื่อนในการส่งสัญญาณ ทำให้แขนเครนสะบัดและหักหล่นลงมา สร้างความเสียหาย

เบื้องต้น วสท. ได้สั่งการให้ทางวิศวกรรมและเจ้าหน้าที่เร่งรื้อถอนเครนและนั่งร้านออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และซ่อมแซมหลังคาอาคารอเนกประสงค์ของทางโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาปกติ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร สถานีดับเพลิงบางรัก และผู้รับเหมาร่วมกันเคลื่อนย้าย แผ่นเหล็กที่ติดค้างบนโครงหลังคา 35 แผ่น โดยการเคลื่อนย้ายออกทีละแผ่น ใช้เวลาเคลียร์พื้นหลังคาทั้งหมด ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งแผ่นเหล็กทั้งหมดทางกทม.จะเก็บรักษาไว้ก่อน

ส่วนเรื่องคดีความนั้น พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรรจรัส ผู้กำกับการ สน.บางรัก บอกว่าได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส” ต่อ นายภัทรเกียรติ สนธิเดชกุล วิศวกรคุมงาน และชายชาวกัมพูชา คนขับรถเครน ที่หลบหนีไปตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับแล้ว เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาเข้ามาทำงานได้ประมาณ 1-2 วัน ยังไม่มีประสบการณ์การก่อสร้างใดๆ รวมทั้งเชื่อว่ายังไม่ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้เร็วๆนี้ ส่วน 6 บริษัทที่เกี่ยวข้องประสานติดต่อเข้ามาให้ถ้อยคำ 1 แห่ง แต่ยังไม่ปรากฎตัว ซึ่งในวันนี้ก็จะทยอยออกหมายเรียกบริษัททั้ง 6 เข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

ขณะที่สำนักงานเขตบางรัก ได้แจ้งความต่อบริษัทรับเหมาหลัก ฐาน “ต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.อาคาร เนื่องจากได้ขออนุญาตต่อเติมโดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างอาคาร แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกลับพบว่า มีลักษณะเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง รวมถึงข้อหา “ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน” เพราะสำนักงานเขตบางรัก เคยมีคำสั่งให้หยุดการก่อสร้างตั้งแต่เดือน เมษายนที่ผ่านมา แต่ทางโรงแรมยังลักลอบก่อสร้างเรื่อยมา

นอกจากดำเนินคดีกับวิศกรคุมงาน สภาวิศวกร จะเสนอเพิกถอนใบอนุญาตและใบรับรองของสภาวิศวกรจากวิศวกรคุมงาน เนื่องจากผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ พร้อมเสนอมาตรการความปลอดภัย 3 ด้าน ได้แก่ 1.ให้ กทม. และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีมาตรการคุมเข้มมากขึ้น และควรมีคำสั่งหยุดก่อสร้างทันทีในจุดที่เกิดปัญหา 2.ให้ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำหลักสูตรและออกใบรับรองให้ผู้ขับเครนและติดตั้งเครน และ 3.ให้บริษัทเอกชนด้านก่อสร้างเปลี่ยนรูปแบบเครนขนาดใหญ่แขนยาว (Tower Crane) มาใช้เครนแบบกระดก (Roofing Crane) เพราะตามหลักวิศวกรรมการก่อสร้างในเมืองใหญ่ซึ่งมีพื้นที่น้อย ต้องใช้เครนแบบกระดก ใช้พื้นที่น้อยกว่าเครนแบบแขนยาวที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยที่อยู่อาศัยประชาชนและพื้นที่สาธารณะ พร้อมแนะรัฐบาลขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทก่อเหตุซ้ำซ้อนไม่ให้รับงาน

ด้านนายแพทย์ สมพงษ์ ตันจริยาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน เปิดเผยถึงอาการของ ด.ญ.พรทิพย์ สิริรุ่งตระกูล อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บกระโหลกศีรษะร้าว จากเหตุเครนก่อสร้างหล่นใส่หลังคาอาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ เขตบางรัก ว่า ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว สามารถพูดจาโต้ตอบได้ สภาพจิตใจถือว่าดี จากการเอกซเรย์ สแกนสมอง 3 รอบ ไม่พบเลือดออกแล้ว โดยต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 1 สัปดาห์ พร้อมเฝ้าระวังการติดเชื้อจากภายนอก

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ บริษัทแบงค์ค็อก ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด เจ้าของโครงการ จะดูแลค่าใช้จ่ายทั้งระหว่างการรักษาและเยียวยาต่อเนื่องทุกเคส รวมถึงรับผิดชอบความเสียหายของตัวอาคาร ซึ่งทางบริษัทได้จัดหาที่พักให้บาทหลวงที่ต้องออกจากอาคารโดยบริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด