ข่าว ข่าวภาคกลาง

เอาจริง! ไล่ล่าแก๊งหักหัวคิวโรงแรมที่จะเข้าเป็น State Quarantine

ไล่ล่าแก๊งหักหัวคิวโรงแรมที่จะเข้าเป็น State Quarantine ผู้ประกอบการแจงเพียงตั้งข้อสังเกต จากนี้คงเป็นหน้าที่ของรัฐในการตรวจสอบ

จากกรณีที่ผู้ประการโรงแรมใน จ.ชลบุรี ออกมาระบุว่า มีขบวนการแอบอ้างหักหัวคิวโรงแรมที่จะเข้าเป็น State Quarantine แล้ว ล่าสุดโฆษกกลาโหมเผยทราบชื่อแล้ว ยืนยันไม่มีคนในกองทัพเกี่ยวข้อง

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงหลังประชุมสภากลาโหม ถึง ขบวนการแอบอ้าง เรียกเก็บเงินค่าหัวคิวผู้ประกอบการโรงแรมที่ประสงค์เสนอใช้สถานที่ สำหรับเป็น State Quarantine กักตัวคนไทยที่กลับจากต่างประเทศ โดยยืนยันว่า รัฐบาล และ กองทัพไม่มี นโยบาย เรียกรับผลประโยชน์ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการเอกชน ได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะจุดประสงค์ คือการเอาคนไทยที่ตกค้างจากต่างประเทศกลับประเทศไทย เพื่อมาดูแล พวกเขาไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ ไม่ใช่ผู้ป่วย แต่กักตัวเพื่อเฝ้าระวัง โดยยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ที่มีการแอบอ้าง ได้มีการพูดคุยกับ สมาคมธุรกิจโรงแรม ภาคตะวันออก แล้ว มีนายหน้า มาติดต่อเจรจา ขอหักหัวคิวจริง และได้ชื่อทั้งหมดแล้ว มีหลายคน โดยอยู่ระหว่างส่งข้อมูลให้เจ้า หน้าที่รัฐ และกำลังได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ว่าเชื่อมโยง กับใครบ้าง ยืนยันไม่มีคนในกองทัพไปเกี่ยวข้อง ถ้ามีคนของ กองทัพ และ สธ. ให้ส่งข้อมูลมาได้ โดยพร้อมดำเนินการทางวินัยและทางอาญาต่อไป เมื่อถามถึงการเอาค่านายหน้ากว่า 40 % ในกรณีนี้ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ต้องไปดูความเชื่อมโยง มีใครเกี่ยวข้องบ้าง เพราะเรื่องนี้ทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐและประชาชน เพราะการไปตัดเอาหัวคิว ทำให้การดูแลค่าอาหาร ถูกลดทอนไปขณะนี้กำลังตามหาตัวนั้น

ล่าสุดจากการตรวจสอบข้อมูลจากเมืองพัทยาพบว่าปัจจุบันในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี มีการเก็บขยะติดเชื้อจากสถานประกอบการโรงแรมที่ถูกจัดตั้งให้เป็น State Quarantine อยู่จำนวน 7 แห่ง โดยมีคนไทยที่ที่กลับจากต่างแดนเข้าพักรวมจำนวน 2,315 คน อาทิ โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซีดี้ จอมเทียน จอมเทียนปาล์มบีช ไบร์ตันแกรนด์ พัทยา จอมเทียนฮอลิเดย์ อินน์ เบย์บีช รีสอร์ท จอมเทียน เดอะเบเวอร์รี่ พัทยา และ เลอบาลี โดยคาดว่าจะมีการจัดหาสถานที่เพื่อรองรับผู้ป่วยเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีสถานประกอบการที่เป็น Local Quarantine อีก 1 แห่ง ได้แก่ แกรนด์เบลลา พัทยา โดยในวันนี้ (26 พ.ค.)จะมีคนไทยเดินทางจากต่างประเทศเข้าพักที่โรงแรมในเขตเมืองพัทยาอีกจำนวน 300 คน

ขณะที่กลุ่มนักธุรกิจที่ให้ข้อมูลและออกมาแถลงข่าวต่อสื่อในช่วงที่ผ่านมานั้นรับแจ้งว่าไม่อยากให้ข้อมูลด้านใดอีก เนื่องจากได้แถลงไปจนหมดแล้วและมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาดำเนินการสอบถามข้อมูลไปแล้ว ซึ่งก็ตอบไปตามที่ให้ข่าวไปในช่วงแรก เพราะคงบอกไม่ได้ว่าคนที่เข้ามาดำเนินการกลุ่มนี้เป็นใครและมาจากหน่วยงานใด เพียงแต่ได้รับการประสานงานมาและรู้สึกสงสัยและไม่เข้าใจว่ามีการกระทำเช่นนี้ได้อย่างไร จึงขออยากให้รัฐเข้ามาตรวจสอบซึ่งจากนี้คงเป็นเรื่องขบวนการของทางภาครัฐมากกว่าที่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป คงไม่ใช่หน้าที่ของผู้ประกอบการว่าจะมาชี้แจงได้ว่าเป็นใคร กลุ่มใด หรือดำเนินการจริงหรือไม่ เพราะคงตอบไม่ได้