ย้ำจุดยืน! รื้อบ้านพักดอยสุเทพ เจรจาไม่เป็นผลเตรียมเดินเท้าต่อ

เปิดใจตัวแทนคนเชียงใหม่ ค้านโครงการบ้านพักศาล ขอคืนป่าดอยสุเทพ ย้ำจุดยืนต้องรื้อ หากเจรจา ที่ มทบ.33 ไม่ได้รับการตอบสนองทางบวก เตรียมกลับไปเดินต่อที่จ.ลำปาง ทันทีวันที่ 10 เม.ย.

จากกรณีที่ นายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร พร้อมคณะ อาสาเป็นตัวแทน ประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ที่สนับสนุนการเรียกร้องให้มีการยุติ และยกเลิก โครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 บนพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยเริ่มต้นออกเดินเท้าจากจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ไปกรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีc]tหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาต หรือ คสช. เพื่อขอ ให้ใช้คำสั่งตาม ม. 44 ยกเลิกโครงการดังกล่าว และคืนพื้นที่ป่าบริเวณนั้น พร้อมทำการฟื้นฟูสภาพ แต่ต่อมาวานนี้ (5 เม.ย.61) ได้ประกาศยุติการชั่วคราว เนื่องจากมีข้อมูลว่าอาจจะมีผู้ฉวยโอกาส สร้างสถานการณ์ว่าเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล

ล่าสุด วันนี้ (6เม.ย.61) นายกฤตย์ ยืนยัน ว่า ยังคงมีความแน่วแน่ตั้งใจ และ มีจุดยืนเช่นเดิม ที่ต้องการเรียกร้องให้มีการยกเลิก โครงการดังกล่าวและ รื้อถอนออกไป โดยในวันที่ 9 เม.ย. ที่มีการประชุมเจรจาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มณฑลทหารบก ที่ 33 ค่ายกาลิละ จะมีการยื่นข้อเสนอ และ ยืนยันว่า ต้องรื้อเท่านั้น หากไม่ได้รับการตอบสนอง จะกลับไปเริ่มต้นเดินต่ออีกครั้ง ที่จังหวัดลำปาง ในวันที่ 10 เม.ย. ทันที

ทั้งนี้ นายกฤตย์ ยอมรับว่า การเดินในส่วนของตัวเองนั้น ไม่ได้ทำในนามเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ แต่เป็นการเคลื่อนไหวส่วนตัว ในฐานะคนเชียงใหม่ แต่มีเป้าหมายเดียวกันก็คือต้องการเรียกร้องให้มีการยุติ และ ยกเลิก โครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ออกไปจากพื้นที่ป่าดอยสุเทพ โดยที่ในส่วนของตัวเองไม่เห็นด้วยกับการถวายฎีกา แต่เห็นว่าการยื่นหนังสือ ต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ใช้ ม. 44 สั่งยกเลิกโครงการ น่าจะเป็นวิธีการที่เหมาะสมมากกว่า พร้อมย้ำว่ามีเป้าหมายเรียกร้องให้ยกเลิก และ รื้อเฉพาะโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดชัน และ เป็นป่าเชิงดอยสุเทพเท่านั้น ไม่ได้แตะต้องข้องเกี่ยวกับอาคารสำนักงาน หรือ โครงการอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นหากต้องยกเลิกโครงการ และ ทำการรื้อถอนนั้น เชื่อว่าคนเชียงใหม่ รวมทั้งคนไทยทั้งประเทศ พร้อมที่จะร่วมกันบริจาคสมทบทุน เพื่อนำไปชดใช้ให้