บินเหนือหัว! สื่อข้อความ“รื้อ”ทวงคืนผืนป่าฯ หน่วยงานคิกออฟฟื้นฟู

ร่มบินรณรงค์ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพแสดงข้อความ ขณะที่หน่วยงานกำลังปลูกป่าฟื้นฟู ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุ พร้อมผนวกพื้นที่บ้านป่าแหว่งเป็นเขตอุทยานฯ ชี้อาจไม่จำเป็นต้องรื้อสิ่งปลูกสร้าง หวั่นสูญเสียงบประมาณ

( 27 พฤษภาคม) ชมรมร่มบินเชียงใหม่ นำร่มบินพารามอเตอร์หลายลำติดริบบิ้นสีเขียวพร้อมป้าย “รื้อ” บินวนเหนือพื้นที่อาคารชุดและบ้านพัก45 หลัง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ทวงคืนพื้นที่ป่า

ขณะที่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตวป่าและพันธ์พืช พร้อมด้วย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ นายสวัสดิ์ สุระวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5  ร่วมกับตัวแทนภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ รวมกว่า 2,000 คน นำกล้าไม้ยืนต้น 200 ต้น  ทั้ง คำมอกหลวง พะยูง พะยอม สัก ตะแบก รวงผึ้ง และ หญ้าแฝก 20,000 ต้น ลงปลูกในบริเวณอาคารชุดบ้านพักข้าราชการตุลาการ

สำหรับกล้าไม้ที่นำมาปลูกในพื้นที่บริเวณอาคารชุด ก่อนหน้านี้ได้ปลูกไปแล้วประมาณ 500 ต้น ทำให้ล่าสุดมีกล้าไม้ยืนต้นถูกปลูกไปแล้วประมาณ 800 ต้น ซึ่งทั้งหมดคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 8 ปี จึงจะเติบโตเป็นไม้ยืนต้นที่ถาวรในเขตป่า

นอกจากยังร่วมกันสร้างฝายกึ่งถาวร หรือ ฝายเกเบียน ขนาดยาว 5 เมตร กว้าง 2 เมตร กั้นลำห้วยแม่ชะเยือง ที่อยู่ด้านหลังอาคารชุดอีก 2 ลูก เพื่อช่วยดักตะกอนและชะลอความรุนแรงของน้ำที่จะไหลลงมาจากดอยสุเทพในช่วงฤดูฝน

นายธัญญา  กล่าวว่า พื้นที่ปลูกป่าฟื้นฟูเป็นพื้นที่บางส่วนที่ทางศาลได้ส่งคืนให้กับกรมธนารักษ์ ส่วนพื้นที่บ้านพัก 45 หลัง อยู่ระกว่างการพิจารณา สำหรับการผนวกพื้นที่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ก็พร้อมดำเนินการหากมีการสั่งการ ซึ่งตามกฎหมายอุทยานฯ พื้นที่ที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ อาจสามารถมีสิ่งปลูกสร้างอยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องทุบทิ้งเพราะสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่อาจใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ อย่างเช่นศูนย์ประชุม หรือ ศูนย์เรียนรู้ เพราะสิ่งปลูกสร้างมาจากงบประมาณแผ่นดิน แต่กรณีบ้านพักข้าราชการตุลาการก็ต้องขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของคณะกรรมการว่าจะได้ข้อยุติอย่างไร

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ-ปุย ยืนยันอีกครั้งว่าบ้านพักและอาคารชุดในพื้นที่ส่งคืนจะต้องรื้อถอนออกทั้งหมด จะต้องไม่มีใครหรือหน่วยงานใดเข้ามาใช้ประโยชน์เพราะผิดวัตถุประสงค์ของเครือข่ายและชาวเชียงใหม่ที่ต้องการให้ป่ากลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

ขณะที่นางปลายอ้อ ทองสวัสดิ์ ตัวแทนสภาเมืองสีเขียวเชียงใหม่ หนึ่งในคณะกรรมการชุดฟื้นฟูพื้นที่ป่า บอกว่า การฟื้นฟูหลังจากนี้จะมีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลฝายและต้นไม้ โดยจะเปิดให้เยาวชนและประชาชนเข้ามาเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์ของต้นไม้แต่ละต้น เพื่อให้เกิดความรักความผูกพันกับผืนป่า พร้อมกับยืนยันว่าหากยังมีสิ่งปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ การฟื้นฟูป่าให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์เช่นเดิมจะไม่มีทางเป็นไปได้